หนังหุ้มปลายตีบ (phimosis) — อาการ สาเหตุ และเมื่อไหร่ต้องขลิบ

หนังหุ้มปลายรูดไม่ลงในเด็กและผู้ใหญ่ แบบไหนปกติตามวัย แบบไหนเกิดจากแผลเป็นหรือการอักเสบ รักษาโดยไม่ขลิบได้ไหม และอาการใดต้องพบแพทย์

หนังหุ้มปลายตีบมีชื่อทางการแพทย์ว่า phimosis

แต่ก่อนจะไปถึงการรักษา มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดก่อน เพราะเป็นสาเหตุที่ผู้ปกครอง พาเด็กมาขลิบโดยไม่จำเป็นบ่อยที่สุด

ในเด็กเล็ก การรูดไม่ลงมักเป็นเรื่องปกติ

เด็กแรกเกิดเกือบทุกคนมีหนังหุ้มปลายที่ติดกับหัวอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นการยึดติดที่ยังไม่แยกออกจากกัน

การแยกตัวนี้เกิดขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป — บางคนตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน บางคนช่วงวัยรุ่น และ เด็กส่วนใหญ่รูดลงได้เต็มที่เมื่อถึงวัยรุ่น

ตราบใดที่

  • ปัสสาวะได้เป็นลำปกติ
  • ไม่มีการอักเสบ บวมแดง หรือกลิ่นผิดปกติ
  • ไม่เจ็บ

ก็ยังไม่ต้องทำอะไร และไม่ใช่เหตุผลที่ต้องรีบขลิบ

ห้ามฝืนรูด

ข้อนี้สำคัญที่สุดในหน้านี้ การฝืนรูดหนังหุ้มปลายเด็กทำให้เกิดแผลฉีกเล็กๆ ซึ่งหายเป็น พังผืด และพังผืดนั้นเองที่ทำให้กลายเป็นหนังหุ้มปลายตีบจริงที่ต้องรักษา

พูดง่ายๆ คือ การพยายามแก้ปัญหาที่ยังไม่มี กลับสร้างปัญหาขึ้นมา

ให้ทำความสะอาดเท่าที่รูดได้โดยไม่เจ็บ ล้างด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้ง เท่านั้นพอ

หนังหุ้มปลายตีบที่เกิดขึ้นภายหลังในผู้ใหญ่

ถ้า เมื่อก่อนเคยรูดหนังหุ้มปลายลงได้ แต่ภายหลังเริ่มรูดยากหรือรูดไม่ได้ เรียกว่า หนังหุ้มปลายตีบที่เกิดขึ้นภายหลัง (secondary หรือ acquired phimosis) ต่างจากหนังหุ้มปลายที่ยังแยกไม่เต็มที่ตามธรรมชาติในเด็ก

ในผู้ใหญ่ การตีบที่เพิ่งเกิดขึ้นมักมีการอักเสบหรือแผลเป็นเป็นสาเหตุ จึงควรตรวจหาต้นเหตุ ไม่ใช่ดูเพียงว่ารูดลงได้มากน้อยแค่ไหน

อาการที่สังเกตได้

  • หนังหุ้มปลายรูดได้น้อยลงเรื่อยๆ หรือรูดไม่ได้ทั้งที่เคยรูดได้
  • มี วงผิวหนังสีขาว ซีด หรือแข็ง บริเวณปลายหนังหุ้ม
  • ผิวแตก เจ็บ หรือมีเลือดซึมเมื่อรูดหรือขณะแข็งตัว
  • บวม แดง คัน มีกลิ่น หรือมีคราบและสารคัดหลั่งซ้ำๆ
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ลำปัสสาวะเล็กลง ปัสสาวะแสบ หรือต้องเบ่ง

สาเหตุที่พบบ่อย

  • การอักเสบของหัวและหนังหุ้มปลายซ้ำๆ เมื่อหายอาจทิ้งแผลเป็นและทำให้รูเปิดแคบลง
  • แผลฉีกจากการฝืนรูดหรือการเสียดสี แผลเล็กๆ ที่เกิดซ้ำอาจกลายเป็นวงพังผืด
  • เบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ติดเชื้อราและอักเสบซ้ำง่ายขึ้นในบางคน
  • โรคผิวหนังหรือการระคายเคืองจากสบู่ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริเวณอวัยวะเพศ

หากเห็นวงสีขาวแข็ง ผิวแตกซ้ำ หรือรูเปิดท่อปัสสาวะแคบลง ควรให้แพทย์ตรวจ

แพทย์ตรวจอะไรบ้าง

แพทย์จะถามว่าเคยรูดได้หรือไม่ เริ่มตีบเมื่อใด มีการอักเสบซ้ำหรือการปัสสาวะเปลี่ยนไปหรือไม่ แล้วตรวจผิวหนัง วงแผลเป็น หัวองคชาต และรูเปิดท่อปัสสาวะ

อาจตรวจน้ำตาลในเลือดหากอักเสบซ้ำหรือมีปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน ส่วนการตรวจเชื้อหรือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำเมื่ออาการและประวัติบ่งชี้ ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากมีแผลเรื้อรัง ก้อน ผิวหนาตัว หรือรอยโรคที่วินิจฉัยไม่ชัด แพทย์อาจพิจารณาตัดชิ้นเนื้อตรวจ

เมื่อไหร่ที่เป็นปัญหาจริง

ควรมาตรวจเมื่อมีอาการเหล่านี้ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่

  • ปัสสาวะแล้วหนังหุ้มปลายโป่งเป็นลูกโป่ง ก่อนที่ปัสสาวะจะออก
  • ปัสสาวะลำบาก ลำเล็กลง หรือต้องเบ่ง
  • อักเสบซ้ำๆ บวมแดง คัน หรือมีกลิ่นและตกขาวใต้หนังหุ้มปลาย
  • เจ็บเวลาแข็งตัว หรือมีเพศสัมพันธ์ลำบาก
  • เห็น วงพังผืดสีขาวแข็ง ที่ปลายหนังหุ้มปลาย
  • ทำความสะอาดใต้หนังหุ้มปลายไม่ได้เลย

ภาวะที่ต้องมาทันที — หนังรัด (paraphimosis)

ถ้า รูดหนังหุ้มปลายลงไปแล้วรูดกลับขึ้นมาไม่ได้ และเริ่มบวม ให้มาพบแพทย์ทันที

หนังที่ค้างอยู่จะรัดจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ยิ่งบวมก็ยิ่งรัดแน่น เป็นวงจรที่แย่ลงเรื่อยๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมง นี่เป็นภาวะเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องที่รอดูอาการข้ามคืนได้

พบบ่อยหลังการรูดลงเพื่อทำความสะอาดหรือหลังมีเพศสัมพันธ์แล้วลืมรูดกลับ

การรักษา

ยาทาเฉพาะที่

หลายรายไม่ต้องขลิบ แพทย์อาจให้ ยาทาสเตียรอยด์เฉพาะที่ ทาบริเวณปลายหนังหุ้มปลาย ชนิดและความแรงของยาขึ้นกับความรุนแรง หากเหมาะสมอาจใช้ร่วมกับการค่อยๆ รูดอย่างนุ่มนวล ตามที่แพทย์แนะนำ ใช้เวลาหลายสัปดาห์

วิธีนี้ได้ผลดีในรายที่ยังไม่มีพังผืดแข็ง และเป็นทางเลือกที่ควรลองก่อนในหลายกรณี

ถ้ามีการติดเชื้อหรือโรคผิวหนัง ต้องรักษาสาเหตุนั้นร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อ ยาฆ่าเชื้อรา หรือยาผสมมาทาเอง เพราะอาการที่ดูคล้ายกันอาจต้องใช้ยาต่างกัน

การยืดอาจเหมาะกับบางรายที่ยังไม่มีแผลเป็นมาก แต่ ไม่ควรฝืนยืดวงที่ขาว แข็ง หรือแตก เพราะแผลฉีกซ้ำอาจทำให้พังผืดเพิ่มขึ้น

การขลิบ

พิจารณาเมื่อ

  • ยาทาไม่ได้ผล
  • มี วงพังผืดแข็ง ชัดเจน
  • อักเสบซ้ำๆ หลายครั้ง
  • ปัสสาวะลำบาก
  • เคยเกิดภาวะหนังรัดมาก่อน

ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่หนังหุ้มปลายตีบทุกคนต้องขลิบ แพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุ ความรุนแรงของแผลเป็น อาการ และผลหลังรักษาด้วยยาก่อน วิธีและการเตรียมตัวอยู่ที่ การขลิบหนังหุ้มปลาย และ ขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บอัตโนมัติ

เส้นสองสลึงตึง (frenulum)

เป็นคนละเรื่องกับหนังหุ้มปลายตีบ แต่มาด้วยอาการคล้ายกัน — เจ็บเวลาแข็งตัว หรือ รู้สึกถูกรั้งจนปลายงุ้มลง บางรายมีแผลฉีกเล็กๆ ที่จุดนั้นซ้ำๆ

จุดที่ตึงต่างกัน — ของหนังหุ้มปลายตีบคือวงที่ปลาย ส่วนของเส้นสองสลึงคือแถบเนื้อใต้ปลาย ซึ่งรูดหนังหุ้มปลายลงได้แต่ถูกรั้งไว้ด้านล่าง แก้ไขได้ด้วยหัตถการเล็กเฉพาะจุดนั้น โดยไม่จำเป็นต้องขลิบในหลายราย รายละเอียดอยู่ที่ เส้นสองสลึงสั้นหรือตึง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • หนังหุ้มปลายรูดลงแล้วรูดกลับไม่ได้ และบวม — มาทันที
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
  • บวมแดง เจ็บ มีหนอง หรือมีไข้
  • อักเสบซ้ำหลายครั้งใน 1 ปี
  • เจ็บเวลาแข็งตัวจนกระทบชีวิตประจำวัน
  • เดิมรูดได้ แต่ภายหลังรูดไม่ได้ หรือเห็นวงผิวหนังสีขาวแข็ง
  • มีก้อน ผิวหนาตัว หรือแผลที่ไม่หาย
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีหนังหุ้มปลายอักเสบ — ควรมาเร็วกว่าปกติ เพราะติดเชื้อลุกลามง่าย

โดยสรุป — ในเด็กเล็กที่ไม่มีอาการ การรอคือคำตอบที่ถูกต้อง ส่วนในคนที่มีอาการจริง หรือผู้ใหญ่ที่เดิมรูดได้แล้วเริ่มตีบ ควรตรวจหาสาเหตุ ปัญหานี้มีหลายวิธีรักษา และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องขลิบ

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ลูกอายุ 3 ขวบ หนังหุ้มปลายรูดไม่ลง ผิดปกติไหม

ไม่ผิดปกติ ในเด็กเล็กหนังหุ้มปลายยังติดกับหัวอยู่ตามธรรมชาติ และจะค่อยๆ แยกออกและรูดลงได้เองเมื่อโตขึ้น เด็กส่วนใหญ่รูดลงได้เต็มที่ในช่วงวัยรุ่น ตราบใดที่ปัสสาวะได้ดี ไม่อักเสบ และไม่เจ็บ ก็ยังไม่ต้องทำอะไร

ควรฝืนรูดหนังหุ้มปลายให้ลูกไหม

ไม่ควรอย่างยิ่ง การฝืนรูดทำให้เกิดแผลฉีกเล็กๆ ซึ่งหายเป็นพังผืดและทำให้หนังหุ้มปลายตีบจริงขึ้นมา นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของหนังหุ้มปลายตีบชนิดที่ต้องรักษา ให้ทำความสะอาดเท่าที่รูดได้โดยไม่เจ็บก็พอ

หนังหุ้มปลายตีบต้องขลิบเสมอไหม

ไม่เสมอไป บางรายตอบสนองดีต่อยาทาสเตียรอยด์เฉพาะที่ร่วมกับการค่อยๆ รูดอย่างนุ่มนวลตามที่แพทย์แนะนำ การขลิบพิจารณาเมื่อยาไม่ได้ผล มีการอักเสบซ้ำๆ ปัสสาวะลำบาก หรือมีพังผืดเป็นวงแข็ง

หนังหุ้มปลายรูดลงแล้วรูดกลับไม่ได้ ทำอย่างไร

ให้มาพบแพทย์ทันที ภาวะนี้เรียกว่า paraphimosis หนังที่รูดลงไปค้างจะรัดจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้บวมมากขึ้นเรื่อยๆ และรัดแน่นขึ้น เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขโดยเร็ว ไม่ใช่เรื่องที่รอดูอาการได้

หนังหุ้มปลายตีบทำให้มีลูกยากไหม

ภาวะหนังหุ้มปลายตีบไม่ได้ทำให้เป็นหมัน แต่ถ้าตีบมากจนเจ็บเวลาแข็งตัวหรือมีเพศสัมพันธ์ลำบาก ก็กระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์ได้ และการอักเสบเรื้อรังก็ควรได้รับการรักษาอยู่แล้ว

เมื่อก่อนรูดหนังหุ้มปลายได้ แต่ตอนนี้รูดไม่ได้ เกิดจากอะไร

ภาวะนี้เรียกว่าหนังหุ้มปลายตีบที่เกิดขึ้นภายหลัง อาจเกิดจากการอักเสบซ้ำหรือแผลฉีกที่หายเป็นพังผืด ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีวงสีขาวแข็ง แผลแตก หรือปัสสาวะเปลี่ยนไป

หนังหุ้มปลายตีบในผู้ใหญ่เกี่ยวกับเบาหวานไหม

ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงอาจติดเชื้อราและมีหนังหุ้มปลายอักเสบซ้ำได้ง่ายขึ้น จนเกิดแผลเป็นและตีบตามมา แต่เบาหวานไม่ใช่สาเหตุของทุกราย แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจน้ำตาลเมื่อมีการอักเสบซ้ำหรือมีปัจจัยเสี่ยง

ปรับปรุงล่าสุด