ก้อนใต้ผิวหนัง — ซีสต์ ก้อนไขมัน และก้อนที่ควรผ่า

คลำเจอก้อนใต้ผิวหนังแล้วกังวล — ก้อนส่วนใหญ่เป็นเนื้อดีและไม่ต้องรีบผ่า หน้านี้รวมก้อนที่พบบ่อย วิธีแยกเบื้องต้น และเกณฑ์ชัดเจนว่าก้อนแบบไหนควรผ่าออก

การคลำเจอก้อนที่ไม่เคยมีมาก่อนเป็นเรื่องที่ทำให้คนกังวลมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และคำถามแรก มักเป็นคำถามเดียวกันเสมอ — “เป็นมะเร็งหรือเปล่า”

ก้อนที่พบบ่อยที่สุดสองอย่างในคลินิกคือ ก้อนซีสต์และก้อนไขมัน ทั้งคู่มีลักษณะจำเพาะ ที่พอสังเกตได้ด้วยตัวเอง แต่ก็มีก้อนบางลักษณะที่ควรให้แพทย์ดูก่อนเสมอ

แยกเบื้องต้นจากลักษณะที่คลำได้

ลักษณะน่าจะเป็น
ก้อนกลม ติดผิวหนัง มีรูเล็กตรงกลาง อาจมีสารสีขาวกลิ่นเฉพาะก้อนซีสต์
ก้อนนุ่ม ขยับไปมาได้ ไม่เจ็บ โตช้ามากก้อนไขมัน (ไลโปมา)
ก้อนแข็งนูนบนแผลเป็นเดิม ขยายเกินขอบแผลคีลอยด์
ตุ่มผิวขรุขระ แข็ง มักที่มือหรือเท้าหูด
ผิวหนาแข็งที่ฝ่าเท้าหรือนิ้วเท้า เจ็บเวลาเดินตาปลา / หนังด้าน
จุดหรือปื้นสีน้ำตาลดำบนผิวหนังไฝ
บวม แดง ร้อน เจ็บมาก อาจมีไข้ก้อนที่กำลังอักเสบเป็นหนอง

ตารางนี้ใช้ตั้งต้นได้ แต่ก้อนหลายชนิดหน้าตาคล้ายกันมากจนต้องอาศัยการตรวจ

ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนัง (epidermoid cyst)

ก้อนชนิดนี้มีเคราตินและเซลล์ผิวหนังสะสมอยู่ภายใน ไม่ใช่ไขมัน แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า ซีสต์ไขมัน ถุงไขมัน หรือ sebaceous cyst

  • คลำได้เป็นก้อนกลม ติดกับผิวหนัง ขยับไปพร้อมผิวหนัง
  • มักเห็น รูดำเล็กๆ ตรงกลาง
  • ถ้าบีบจะมีสารสีขาวขุ่นกลิ่นเหม็นออกมา — ไม่ควรบีบเอง
  • ถ้าไม่อักเสบ ก็ไม่เจ็บและอยู่ได้เป็นปี

ปัญหาหลักคือ การอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนไข้มาหาหมอมากที่สุด ตอนนั้นก้อนจะบวม แดง ร้อน และเจ็บมาก อ่านต่อที่ ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนัง

ก้อนไขมัน (ไลโปมา)

ก้อนไขมันที่เจริญผิดปกติแต่ เป็นเนื้อดี ลักษณะเด่นคือ

  • นุ่ม ขยับไปมาได้ใต้ผิวหนัง เหมือนลูกแก้วที่กลิ้งหนีนิ้ว
  • ไม่เจ็บ
  • โตช้ามาก บางคนมีมาสิบปีแล้วขนาดแทบไม่เปลี่ยน

ก้อนไขมัน ไม่กลายเป็นมะเร็ง และ ไม่จำเป็นต้องผ่าออกถ้าไม่มีอาการ อ่านต่อที่ ก้อนไขมัน

ก้อนอื่นที่พบบ่อย

  • คีลอยด์ — แผลเป็นนูนที่ขยายเกินขอบแผลเดิม คัน เจ็บ และ มีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงถ้าตัดออกเฉยๆ โดยไม่รักษาต่อ
  • หูด — เกิดจากเชื้อ HPV ผิวขรุขระ ติดต่อได้ และลามไปที่อื่นได้ จากการแกะเกา
  • ตาปลาและหนังด้าน — ไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นผิวหนังที่หนาขึ้น จากแรงกดซ้ำๆ ถ้าไม่แก้ที่รองเท้า ก็จะกลับมาเสมอ
  • ไฝ — ส่วนใหญ่ปกติ แต่มีเกณฑ์ชัดเจนว่าไฝแบบไหนควรตรวจ

เกณฑ์ว่าก้อนแบบไหนควรผ่าออก

ไม่ใช่ทุกก้อนที่ต้องผ่า และการผ่าก้อนที่ไม่มีอาการก็ทิ้งแผลเป็นไว้โดยไม่ได้แก้ปัญหาอะไร

ก้อนที่มักไม่ต้องรีบผ่า

  • ก้อนไขมันหรือก้อนซีสต์ขนาดเล็ก ไม่เจ็บ ไม่โต ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเสียดสี
  • ไฝที่มีมานาน ลักษณะคงที่ ขอบเรียบ สีสม่ำเสมอ
  • ติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ไม่รบกวนอะไร

ก้อนที่ควรพิจารณาผ่าออก

  • โตขึ้นเรื่อยๆ หรือโตเร็วผิดปกติ
  • เจ็บ หรือเคยอักเสบเป็นหนองมาแล้ว — ก้อนซีสต์ที่เคยอักเสบอาจอักเสบซ้ำ
  • อยู่ในตำแหน่งที่ ถูกเสียดสีหรือกดทับ เช่น สายเสื้อชั้นใน เข็มขัด สายกระเป๋า
  • รบกวนการใช้งาน เช่น กดทับเส้นประสาทจนชา
  • ลักษณะไม่ทั่วไป จนต้องส่งชิ้นเนื้อตรวจให้แน่ใจ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ก้อนส่วนใหญ่ไม่เร่งด่วน แต่ควรมาตรวจถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง

  • โตเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์
  • แข็งมาก ติดแน่นกับเนื้อข้างใต้ ขยับไม่ได้
  • ขอบไม่ชัด รูปร่างไม่สม่ำเสมอ
  • มีแผลที่ผิวก้อนซึ่งไม่หาย หรือมีเลือดออกเอง
  • ก้อนที่โตกว่า 5 เซนติเมตร
  • บวม แดง ร้อน เจ็บมาก มีไข้ — กำลังอักเสบเป็นหนอง ควรมาโดยไม่ต้องรอ
  • ก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ที่โตขึ้นและไม่ยุบภายใน 2–4 สัปดาห์
  • มีน้ำหนักลด ไข้เรื้อรัง หรือเหงื่อออกกลางคืนร่วมด้วย

ก้อนใต้ผิวหนังเป็นเรื่องที่การตรวจครั้งเดียวมักได้คำตอบเลย เพราะแพทย์ดูและคลำก็แยกได้เกือบหมด และสิ่งที่คนไข้ส่วนใหญ่ได้กลับไปคือความสบายใจ ไม่ใช่ใบนัดผ่าตัด

ปรับปรุงล่าสุด