ตาปลาและหนังด้าน (corn and callus)

ตาปลาคือผิวหนาเป็นวงที่มีแกนแข็งตรงกลาง เกิดจากแรงกดและการเสียดสีซ้ำๆ มักเจ็บเมื่อกดตรงๆ อธิบายวิธีแยกจากหนังด้านและหูดที่ฝ่าเท้า และการตัดตาปลาด้วยยาชาเฉพาะที่

ตาปลาและหนังด้านไม่ใช่เนื้องอกและไม่ใช่การติดเชื้อ แต่เป็น ผิวหนังที่หนาตัวขึ้นเพื่อป้องกัน ตัวเองจากแรงกดและการเสียดสีซ้ำๆ

พูดอีกอย่างคือ หนังด้านเป็นผิวหนังที่ทำงานตามหน้าที่ ปัญหาอยู่ที่ แรงกดต่อผิวหนัง ไม่ใช่หนังด้าน — และนั่นคือเหตุผลที่การตัดออกอย่างเดียวไม่เคยพอ

ตาปลาหน้าตาเป็นอย่างไร

ตาปลา (corn) มีลักษณะสำคัญคือผิวหนาเป็นจุดค่อนข้างกลมและมี แกนเคราตินแข็งตรงกลาง แกนนี้อาจมองเห็นเป็นจุดใสหรือเหลือง รอยบุ๋มตื้นคล้ายหลุม หรืออาจถูกชั้นผิวหนาด้านบนบังจน มองไม่เห็นจากภายนอกก็ได้ โดยเฉพาะตาปลาที่เพิ่งเริ่มเป็น

รอยบุ๋มคล้ายหลุมจึงเป็นเพียงลักษณะหนึ่งที่ช่วยให้นึกถึงตาปลา แต่ ตาปลาหลายก้อนก็ไม่เห็นเป็น หลุม การดูหลายอย่างประกอบกันจะแม่นกว่า:

  • อยู่ตรงจุดที่รองเท้ากด เสียดสี หรือเป็นจุดลงน้ำหนัก
  • เป็นวงผิวหนาขอบค่อนข้างชัด มีจุดหรือแกนแข็งตรงกลาง
  • มักเจ็บเมื่อกดลงตรงๆ หรือเวลาเดินลงน้ำหนัก
  • มักเกิดก้อนเดียวหรือไม่กี่ก้อน และไม่ติดต่อไปบริเวณอื่น

ส่วนตาปลาชนิดนิ่มที่อยู่ระหว่างนิ้วเท้าอาจดูขาว นิ่ม และชื้นจากเหงื่อ จึงไม่เหมือนหลุมแข็งที่ หลายคนนึกภาพไว้ หากลักษณะไม่ชัด ไม่ควรแคะหรือตัดเพื่อหาแกน เพราะอาจทำให้เกิดแผล

ตาปลากับหนังด้าน ต่างกันอย่างไร

ตาปลา (corn)หนังด้าน (callus)
ลักษณะผิวหนาเป็น แกนแข็งเล็กๆผิวหนาเป็นบริเวณกว้าง
ขอบเขตชัดไม่ชัด
ความเจ็บเจ็บเวลากดมักไม่เจ็บมาก
ตำแหน่งนิ้วเท้า ง่ามนิ้ว ปุ่มกระดูกฝ่าเท้า ฝ่ามือ ส้นเท้า

ทั้งสองอย่างเกิดจากสาเหตุเดียวกัน ต่างกันที่แรงกดนั้นกระจายหรือรวมอยู่ที่จุดเดียว

สาเหตุ

เกือบทั้งหมดมาจากแรงกดที่ไม่ควรมี

  • รองเท้าคับ แคบ หรือหัวแหลม — สาเหตุอันดับหนึ่ง
  • รองเท้าส้นสูง ทำให้น้ำหนักไปลงที่ปลายเท้า
  • รองเท้าหลวมเกินไปจนเท้าไถลเสียดสี
  • ไม่ใส่ถุงเท้า หรือถุงเท้าย่นเป็นรอย
  • รูปเท้าที่ทำให้แรงกดไม่กระจาย เช่น นิ้วหัวแม่เท้าเอียง นิ้วงอ เท้าแบน
  • การเดินหรือยืนนานเป็นประจำ
  • งานที่ใช้มือจับเครื่องมือซ้ำๆ (สำหรับหนังด้านที่มือ)

ตาปลากับหูด แยกอย่างไร

เรื่องนี้สำคัญ เพราะรักษาคนละทางกัน

  • หูด — มี จุดดำเล็กๆ ในตุ่ม ลายเส้นผิวหนัง ขาดหาย ตรงตุ่ม บีบจากด้านข้างแล้วเจ็บ และ ติดต่อได้
  • ตาปลา — ไม่มีจุดดำ เห็นเป็นแกนใสแข็ง ลายเส้นผิวหนัง วิ่งผ่านได้ กดตรงๆ แล้วเจ็บ และไม่ติดต่อ

ภาพเปรียบเทียบครึ่งหน้าเท้าสองข้าง ฝั่งซ้ายเป็นตัวอย่างตาปลาที่เห็นแกนแข็งและรอยบุ๋มตื้นตรงกลาง ฝั่งขวาเป็นหูดที่มีจุดดำเล็กๆ และลายผิวขาดหาย

ภาพนี้แสดงตัวอย่างตาปลาที่เห็นรอยบุ๋มตื้น แต่ตาปลาจริงไม่จำเป็นต้องมีหลุมที่มองเห็นได้ทุกก้อน ส่วนหูดมักมีผิวขรุขระ จุดดำเล็กๆ และลายผิวขาด การตรวจจริงอาจต้องให้แพทย์ค่อยๆ ฝานผิวหนาด้านบนเพื่อดูแกนหรือจุดเลือด

ถ้าตุ่มที่เท้าเพิ่มจำนวนขึ้น น่าจะเป็นหูดมากกว่าตาปลา

การรักษา — สองส่วนที่ต้องทำคู่กัน

1. เอาผิวหนาที่มีอยู่ออก

ไม่ควรใช้มีดโกนหรือกรรไกรตัดเอง เพราะกะความลึกไม่ได้และเสี่ยงเกิดแผลติดเชื้อ

การตัดออกโดยแพทย์ ได้ผลเร็วและหายเจ็บทันที — คลินิกให้บริการ ตัดตาปลาและฝานหนังด้าน ออกโดยฉีดยาชาเฉพาะที่ เหมาะกับตาปลาที่แกนลึก เจ็บจนเดินลำบาก หรือเปลี่ยนรองเท้าแล้ว ยังไม่ดีขึ้น

  1. แพทย์ตรวจก่อน ว่าเป็นตาปลาจริงหรือเป็นหูด และดูตำแหน่ง สภาพเท้า และการไหลเวียนเลือด
  2. ฉีดยาชาเฉพาะที่ ให้ชาทั้งบริเวณ — ช่วงที่รู้สึกมากที่สุด และสั้นที่สุด
  3. ตัดแกนและผิวหนาออก จนถึงชั้นผิวปกติ ระหว่างทำไม่เจ็บเพราะยาชา
  4. ปิดแผลและนัดดูแผล พร้อมคำแนะนำการดูแลที่บ้าน

ใช้ยาชาเฉพาะที่ จึง ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร และกลับบ้านได้เลย หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดตื้อๆ ที่คุมได้ด้วยยาแก้ปวด ควรเลี่ยงการลงน้ำหนักหนักๆ ที่จุดนั้นจนแผลปิด และยังต้อง แก้ที่แรงกดต่อ ไม่อย่างนั้นตาปลาจะกลับมาที่เดิม

2. แก้ที่แรงกด — ส่วนที่ทำให้ไม่กลับมา

ข้อนี้คือการรักษาที่แท้จริง ถ้าข้ามไป ตาปลาจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนเสมอ

  • เปลี่ยนรองเท้า ให้กว้างพอที่นิ้วเท้าขยับได้ ส้นไม่สูง พื้นรองรับแรงกระแทกได้
  • ลองรองเท้า ตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เท้าบวมที่สุด
  • ใช้ แผ่นรองหรือซิลิโคนกันเสียดสี ตรงจุดที่ถูกกด
  • ใส่ถุงเท้าที่ไม่ย่น
  • ถ้ามีปัญหารูปเท้า อาจต้องใช้แผ่นรองเท้าที่ออกแบบเฉพาะ

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ชาที่เท้า หรือมีปัญหาการไหลเวียนเลือดที่ขา ไม่ควรตัด ขูด หรือใช้ยากัดตาปลาเอง

เพราะมักรับความรู้สึกที่เท้าได้ลดลง จึงไม่รู้ตัวเมื่อเกิดแผล และแผลเล็กๆ ที่เท้าใน ผู้ป่วยกลุ่มนี้หายช้า ติดเชื้อง่าย และอาจกลายเป็นแผลเรื้อรังที่รักษายาก

กลุ่มนี้ควรให้แพทย์ดูแล และตรวจเท้าตัวเองทุกวัน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • เป็นเบาหวาน ชาที่เท้า หรือมีปัญหาการไหลเวียนเลือด — ทุกกรณี
  • เจ็บมากจนเดินหรือทำงานไม่ได้
  • ตาปลา บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีแผลใต้ผิวหนา — อาจลุกลามเป็น การติดเชื้อผิวหนัง
  • มีเลือดออกจากบริเวณนั้น
  • กลับเป็นซ้ำเร็วมากทั้งที่เปลี่ยนรองเท้าแล้ว — อาจต้องประเมินรูปเท้าและการลงน้ำหนัก
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นตาปลาหรือหูด

ตาปลาเป็นเรื่องเล็กที่รบกวนชีวิตประจำวันได้มาก และเป็นหนึ่งในไม่กี่ปัญหาที่ แก้ที่ต้นเหตุ ได้จริง — เปลี่ยนรองเท้าให้ถูก แล้วหนังด้านมักไม่กลับมาอีก

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ตาปลาต้องมีหลุมตรงกลางไหม

ไม่จำเป็น ตาปลามีแกนผิวหนังแข็งอยู่ตรงกลาง แต่แกนอาจเห็นเป็นจุดแข็ง จุดใสหรือเหลือง รอยบุ๋มตื้น หรือถูกผิวหนาด้านบนบังจนมองไม่เห็นหลุมก็ได้ จึงไม่ควรใช้การมีหลุมเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว

ตาปลากับหนังด้านต่างกันอย่างไร

หนังด้านเป็นผิวหนาที่กระจายเป็นบริเวณกว้าง ขอบไม่ชัด มักไม่เจ็บมาก ส่วนตาปลาเป็นผิวหนาที่กดตัวลงเป็นแกนแข็งเล็กๆ ขอบชัด และเจ็บเวลากดเพราะแกนนั้นกดลงไปบนเนื้อเยื่อข้างใต้ ทั้งสองอย่างเกิดจากแรงกดเหมือนกัน

ตัดตาปลาออกแล้วหายขาดไหม

ไม่หายขาดถ้าแรงกดยังอยู่เหมือนเดิม การขูดหรือตัดผิวหนาออกช่วยให้หายเจ็บทันที แต่ผิวหนังจะสร้างชั้นหนาขึ้นมาใหม่ในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน การแก้ที่รองเท้าและการกระจายแรงกดจึงเป็นการรักษาที่แท้จริง

คลินิกตัดตาปลาให้ได้ไหม ทำอย่างไร

ได้ คลินิกให้บริการตัดตาปลาและฝานหนังด้านออกโดยฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน ตัวหัตถการใช้เวลาไม่นาน ทำแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลและไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร แพทย์จะตรวจก่อนทุกครั้งว่าเป็นตาปลาจริงหรือเป็นหูด และดูว่าตำแหน่งกับสภาพเท้าเหมาะกับการทำที่คลินิกหรือไม่

ตัดตาปลาเจ็บไหม

ระหว่างทำไม่เจ็บ เพราะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ชาทั้งบริเวณก่อน ช่วงที่รู้สึกมากที่สุดคือตอนฉีดยาชา ซึ่งสั้นที่สุด หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดตื้อๆ ที่คุมได้ด้วยยาแก้ปวด และควรเลี่ยงการลงน้ำหนักหนักๆ ที่จุดนั้นจนกว่าแผลจะปิด

ใช้พลาสเตอร์กัดตาปลาได้ไหม

ใช้ได้ในคนทั่วไปที่ผิวหนังปกติ แต่ต้องระวังไม่ให้ยาโดนผิวหนังดีรอบๆ เพราะทำให้เกิดแผลได้ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ชาที่เท้า หรือมีปัญหาการไหลเวียนเลือดที่ขา ไม่ควรใช้เองเด็ดขาด เพราะแผลเล็กๆ ที่เท้าอาจกลายเป็นแผลเรื้อรังที่รักษายาก

เป็นเบาหวานแล้วมีตาปลา ต้องทำอย่างไร

ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าดูแล ไม่ควรตัด ขูด หรือใช้ยากัดเอง เพราะผู้ป่วยเบาหวานมักรับความรู้สึกที่เท้าได้ลดลง จึงไม่รู้ตัวเมื่อเกิดแผล และแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานหายช้าและติดเชื้อง่าย

ตาปลาที่มีจุดดำตรงกลาง ใช่หูดหรือเปล่า

อาจใช่ จุดดำเล็กๆ ในตุ่มเป็นลักษณะของหูด ไม่ใช่ตาปลา อีกจุดที่ใช้แยกคือลายเส้นผิวหนัง ถ้าลายเส้นวิ่งผ่านตุ่มไปได้มักเป็นตาปลา ถ้าลายเส้นขาดหายไปตรงตุ่มมักเป็นหูด ถ้าไม่แน่ใจควรให้แพทย์ดู เพราะรักษาคนละแบบ

ปรับปรุงล่าสุด