การดูแลเท้าและตัดเล็บที่ถูกวิธี — ไม่ให้เล็บขบกลับมา
วิธีตัดเล็บเท้าที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดเล็บขบ การเลือกรองเท้า การดูแลเท้าให้แห้งสะอาด และคำแนะนำพิเศษสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องดูแลเท้าอย่างใกล้ชิด
การรักษาเล็บขบให้หายเป็นแค่ครึ่งเดียวของงาน อีกครึ่งคือ ป้องกันไม่ให้เล็บขบกลับมา ซึ่งอยู่ที่ วิธีตัดเล็บและการดูแลเท้าในชีวิตประจำวัน
ตัดเล็บให้ถูกวิธี
นี่คือปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุดในการป้องกันเล็บขบ
- ตัดตรงตามขวาง ไม่ตัดโค้งตามมุมเล็บ
- ไม่ตัดสั้นจนถึงมุม — ปล่อยให้ขอบเล็บยาวพ้นระดับเนื้อเล็กน้อย
- ตัด หลังอาบน้ำ ตอนที่เล็บนุ่ม จะได้ขอบเรียบไม่แตก
- ใช้กรรไกรหรือที่ตัดเล็บที่ คมและสะอาด
- ถ้าขอบยังคม ตะไบให้เรียบ ไม่ฉีกด้วยมือ
ทำไมการตัดโค้งตามมุมถึงทำให้เป็นเล็บขบ — มุมเล็บที่ถูกตัดลึกเข้าไปจะงอกใหม่แล้วทิ่ม เข้าเนื้อข้างเล็บ ส่วนการตัดตรงทำให้ขอบเล็บงอกพ้นเนื้อออกมา

ซ้าย (ผิด): ตัดโค้งเข้าด้านข้างแต่ตัดไม่สุด เหลือชิ้นเล็บรูปสามเหลี่ยมแหลมที่ยังต่อกับแผ่นเล็บและทิ่มเนื้อข้างเล็บ ขวา (ถูก): ตัดตรงตามขวาง และปล่อยให้มุมเล็บยาวพ้นระดับเนื้อเล็กน้อย
เลือกรองเท้าให้ถูก
- หน้ากว้างพอ ที่นิ้วเท้าขยับได้ ไม่บีบเข้าหากัน
- เลี่ยง รองเท้าหัวแหลม รองเท้าคับ และส้นสูง ที่ดันน้ำหนักไปปลายเท้า
- ลองรองเท้าตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เท้าบวมที่สุด
- ใส่ถุงเท้าที่ไม่คับ และไม่ย่นเป็นรอย
รองเท้าคับเป็นสาเหตุร่วมของทั้งเล็บขบและตาปลา — แก้ที่รองเท้า ช่วยได้ทั้งสองอย่าง
ดูแลเท้าให้แห้งสะอาด
- เช็ดเท้าให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว หลังอาบน้ำและหลังเท้าเปียก
- เปลี่ยนถุงเท้าเมื่อชื้น
- ถ้ามีเชื้อราที่ซอกนิ้วหรือเล็บ ให้รักษา เพราะความอับชื้นทำให้ผิวรอบเล็บนุ่มและถูกทิ่มง่าย ทั้งยังเป็นทางเข้าของการติดเชื้อผิวหนัง
- ไม่แคะ ไม่กัดเล็บ ไม่ลอกหนังรอบเล็บ
คำแนะนำพิเศษสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลเท้าอย่างใกล้ชิด เพราะมัก รับความรู้สึกที่เท้าได้น้อยลง จึงไม่รู้ตัวเมื่อมีแผล และแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน หายช้าและติดเชื้อง่าย
- ตรวจเท้าตัวเองทุกวัน รวมถึงซอกนิ้วและใต้ฝ่าเท้า ใช้กระจกส่องถ้าก้มดูไม่ถนัด
- ไม่ตัดเล็บสั้นเกินไป ไม่แคะมุมเล็บเอง
- ไม่ตัดตาปลาหรือหนังด้านเอง และไม่ใช้ยากัดตาปลา
- ไม่เดินเท้าเปล่า
- ให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดูแลเมื่อมีปัญหาเล็บหรือผิวหนังที่เท้า
- มาพบแพทย์ทันทีเมื่อเห็นแผล รอยแดง หรือบวมที่เท้า แม้จะไม่เจ็บ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- เล็บขบที่ กลับเป็นซ้ำ ทั้งที่ตัดเล็บถูกวิธีแล้ว — อาจต้องเลาะรากเล็บเฉพาะส่วน เพื่อไม่ให้ขอบเล็บส่วนนั้นงอกกลับมาทิ่มอีก
- ขอบเล็บ บวมแดง มีหนอง ดู เล็บขบอักเสบเป็นหนอง
- เป็นเบาหวานหรือชาที่เท้า แล้วมีปัญหาเล็บหรือแผลที่เท้า — ไม่ควรจัดการเอง
- เล็บเปลี่ยนสี หนาผิดปกติ หรือมีแถบสีคล้ำใต้เล็บที่กว้างขึ้น — ควรตรวจแยกสาเหตุอื่น
การดูแลเท้าที่ดีเป็นเรื่องเล็กที่ทำทุกวันแล้วป้องกันปัญหาที่รบกวนชีวิตได้มาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยเป็นเล็บขบมาแล้ว — ป้องกันง่ายกว่ารักษาซ้ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
ตัดเล็บเท้าให้ถูกต้องทำอย่างไร
ตัดตรงตามขวาง ไม่ตัดโค้งตามมุมเล็บ และไม่ตัดสั้นจนถึงมุม ปล่อยให้ขอบเล็บยาวพ้นระดับเนื้อเล็กน้อย ใช้กรรไกรตัดเล็บที่คมและสะอาด และตัดหลังอาบน้ำตอนที่เล็บนุ่ม จะได้ขอบเรียบไม่แตก
ทำไมไม่ควรตัดเล็บโค้งตามมุม
เพราะมุมเล็บที่ถูกตัดลึกเข้าไปจะงอกใหม่แล้วทิ่มเข้าเนื้อข้างเล็บ ซึ่งเป็นกลไกหลักของการเกิดเล็บขบ การตัดตรงทำให้ขอบเล็บงอกพ้นเนื้อแทนที่จะทิ่มเข้าไป
รองเท้าแบบไหนที่ทำให้เกิดเล็บขบ
รองเท้าหัวแหลม รองเท้าคับ และรองเท้าส้นสูงที่ดันน้ำหนักไปที่ปลายเท้า ล้วนบีบนิ้วเท้าเข้าหากันและกดเล็บเข้าเนื้อ ควรเลือกรองเท้าหน้ากว้างพอที่นิ้วขยับได้ และลองรองเท้าตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาที่เท้าบวมที่สุด
เป็นเบาหวานต้องดูแลเท้าต่างจากคนทั่วไปอย่างไร
ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจเท้าตัวเองทุกวันเพราะมักรับความรู้สึกได้น้อยลงจนไม่รู้ตัวว่ามีแผล ไม่ควรตัดเล็บสั้นเกินไปหรือแคะมุมเล็บเอง ไม่ควรตัดตาปลาเอง และควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดูแลเมื่อมีปัญหาเล็บหรือผิวหนังที่เท้า เพราะแผลเล็กๆ อาจกลายเป็นแผลเรื้อรังที่รักษายาก
เท้าอับชื้นเกี่ยวอะไรกับเล็บขบและการติดเชื้อ
ความอับชื้นทำให้ผิวรอบเล็บนุ่มและถูกขอบเล็บทิ่มได้ง่ายขึ้น และยังเป็นสภาพที่เชื้อราและแบคทีเรียเจริญได้ดี การเช็ดเท้าให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้วหลังอาบน้ำ จึงช่วยลดทั้งเล็บขบและการติดเชื้อผิวหนัง
อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ เล็บขบ: สาเหตุ การรักษา และการดูแลไม่ให้เป็นซ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด