ริดสีดวงทวาร: อาการ สาเหตุ ระยะ และการรักษา

ริดสีดวงทวารคืออะไร มีอาการอย่างไร แบ่งเป็นกี่ระยะ และแต่ละระยะรักษาด้วยวิธีไหน — อธิบายอย่างชัดเจน รวมถึงระยะที่ใช้แค่ยาก็พอ ไม่ต้องฉีดหรือผ่า

ริดสีดวงทวารคือ กลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ในผนังทวารหนักตามปกติของทุกคน แต่เมื่อหลอดเลือดโป่งพองและ บวมขึ้นจนมีอาการ เราจึงเรียกว่าเป็นริดสีดวง ไม่ใช่เนื้องอก ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ใช่เรื่องน่าอาย — เป็นภาวะที่พบบ่อยมากในคนทำงานทั่วไป

อาการของริดสีดวง

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ เลือดสีแดงสดหยดหลังถ่าย โดยไม่เจ็บ อาจเห็นเป็นรอยบนกระดาษชำระ หรือหยดลงโถ นอกจากนี้ยังพบ

  • มีก้อนหรือติ่งยื่นออกมาตอนเบ่ง แล้วหดกลับเอง หรือต้องใช้มือดันกลับ
  • คัน แสบ หรือรู้สึกอับชื้นรอบทวารหนัก
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด
  • ถ้าหัวริดสีดวงเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จะ ปวดขึ้นมาทันทีและปวดมาก คลำได้เป็นก้อนแข็ง

อ่านรายละเอียดการสังเกตตัวเองได้ที่ อาการริดสีดวง และวิธีสังเกตตัวเอง

อาการคล้ายกันแต่ไม่ใช่ริดสีดวง

เลือดออก บวม หรือเจ็บรอบทวารหนัก ไม่ได้เป็นริดสีดวงเสมอไป โรคที่อาการทับซ้อนกับริดสีดวงบ่อยที่สุด คือแผลปริขอบทวาร ฝีรอบทวาร และฝีคัณฑสูตร แต่ละโรคอาการทับซ้อนกันได้ อาการอย่างเดียวแยกโรคให้ขาด ไม่ได้ ต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์จึงจะวินิจฉัยได้ตรงที่สุด ไม่แนะนำให้วินิจฉัยเองและซื้อยา กินเอง เพราะแต่ละโรครักษาคนละแนวทาง ถ้าเข้าใจผิดแล้วรักษาไปตามความเชื่อเดิม อาการอาจไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงได้

อ่านตารางเทียบอาการและรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ โรคบริเวณทวารหนัก: แผลปริ ฝี ฝีคัณฑสูตร และติ่งเนื้อ

สาเหตุ

ริดสีดวงเกิดจากแรงดันที่เพิ่มขึ้นในหลอดเลือดบริเวณทวารหนักซ้ำๆ สาเหตุที่พบบ่อยคือ

  • ท้องผูก เบ่งแรง หรือนั่งถ่ายนาน (โดยเฉพาะการนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำ)
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • นั่งหรือยืนต่อเนื่องนานๆ จากงานประจำ
  • การตั้งครรภ์ และช่วงหลังคลอด
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อพยุงหลอดเลือดหย่อนลง

ริดสีดวงภายในกับภายนอก

  • ริดสีดวงภายใน อยู่เหนือแนวรับความรู้สึกในทวารหนัก จึงมักไม่เจ็บ อาการเด่นคือเลือดออก
  • ริดสีดวงภายนอก อยู่ใต้ผิวหนังรอบทวารหนัก คลำได้ รู้สึกได้ และเจ็บได้ โดยเฉพาะเมื่ออุดตัน

หลายคนเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน อ่านวิธีแยกได้ที่ ริดสีดวงภายในกับภายนอก

ถ้าอยู่ๆ ปวดขึ้นมามากและคลำได้ก้อนแข็ง มักเป็นหัวริดสีดวงภายนอกที่มีลิ่มเลือดอุดตัน — เจ็บมากแต่ไม่อันตราย ดูวิธีดูแลที่ หัวริดสีดวงอุดตัน

ระยะ (เกรด) และแนวทางการรักษา

ริดสีดวงภายในแบ่งเป็น 4 ระยะตามการยื่นออกมา และ ระยะเป็นตัวกำหนดว่าควรรักษาด้วยวิธีไหน

ภาพเปรียบเทียบริดสีดวงภายในระยะ 1 ถึง 4 ระยะ 1 หัวริดสีดวงยังอยู่ภายใน ระยะ 2 ยื่นออกมาแล้วหดกลับเอง ระยะ 3 ยื่นออกมาและต้องใช้มือดันกลับ ส่วนระยะ 4 ยื่นค้างและดันกลับไม่ได้

ภาพเปรียบเทียบการยื่นของริดสีดวงภายในทั้ง 4 ระยะ ตั้งแต่ยังไม่ยื่นไปจนถึงยื่นค้างดันกลับไม่ได้ การแบ่งระยะนี้ใช้กับริดสีดวงภายในเท่านั้น และแพทย์ต้องตรวจเพื่อยืนยันระยะ

ระยะลักษณะแนวทางที่เหมาะสม
1ยังไม่ยื่นออกมา มีแค่เลือดออกปรับพฤติกรรม + ยา — ยังไม่ต้องฉีด
2ยื่นตอนเบ่ง แล้วหดกลับเองยา หรือฉีดยา
3ยื่นออกมาแล้วต้องใช้มือดันกลับฉีดยา หรือรัดยาง
4ยื่นค้างตลอด ดันกลับไม่ได้มักต้องผ่าตัด

จุดที่สำคัญที่สุดในตารางนี้: ริดสีดวงระยะที่ 1 รักษาด้วยยาและการปรับพฤติกรรม ไม่ใช่การฉีด ถ้าเลือดหยุดและอาการหายไปแล้ว ก็คือหายแล้ว ไม่ต้องกลับมาฉีดซ้ำเพื่อ “กันไว้ก่อน”

รายละเอียดแต่ละระยะอยู่ที่ ระยะ (เกรด) ของริดสีดวง

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

  • ปรับพฤติกรรม — กินผักผลไม้และดื่มน้ำให้พอ ไม่นั่งถ่ายนานเกิน 5 นาที ไม่เบ่ง วิธีนี้ฟังดูธรรมดา แต่ในระยะแรกได้ผลจริงและเป็นสิ่งที่ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
  • ยา — ยารับประทานช่วยเรื่องความแข็งแรงของหลอดเลือดและอาการบวม ยาเหน็บและยาทาช่วยเรื่อง อาการเฉพาะที่
  • การฉีดยา (sclerotherapy) — ฉีดยาเข้าที่ฐานของหัวริดสีดวง ภายใน ทำที่คลินิกได้ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องดมยาสลบ มีเลือดออกหรือบวมเล็กน้อยใน 1–2 สัปดาห์แรกเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณอันตราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ฉีดแล้วอาการหายก็จบการรักษา
  • การรัดยาง (rubber band ligation) — ใช้ยางรัดฐานหัวริดสีดวง ให้ฝ่อและหลุดไปเอง เหมาะกับระยะ 2–3

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบการรักษาริดสีดวงภายใน 2 วิธี แถวบนแสดงการฉีดยาที่ฐานของหัวริดสีดวง จากบวมชั่วคราวหลังฉีดจนค่อยๆ ฝ่อและเกิดพังผืด แถวล่างแสดงการรัดยางที่ฐานจนหัวริดสีดวงขาดเลือด หลุด และแผลสมาน

ภาพเปรียบเทียบลำดับการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดยาและหลังรัดยาง: การฉีดทำให้หัวริดสีดวงค่อยๆ ฝ่อ ส่วนการรัดยางทำให้หัวที่ถูกรัดหลุดแล้วแผลสมาน แพทย์จะเลือกวิธีตามระยะ ขนาด และตำแหน่งที่ตรวจพบ

การผ่าตัด

การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับริดสีดวงระยะที่ 4 ระยะ 3 ที่รักษาวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือกรณีที่มี ภาวะแทรกซ้อน ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นริดสีดวงต้องผ่าตัด และคนส่วนใหญ่ไม่ต้อง — ดูข้อบ่งชี้จริงๆ ได้ที่ เมื่อไหร่ริดสีดวงต้องผ่าตัด

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เลือดออกทางทวารหนักเป็นอาการของริดสีดวงก็จริง แต่ก็เป็นอาการของโรคอื่นได้เช่นกัน ควรมาตรวจถ้า

  • เลือดออกครั้งแรกในชีวิต หรือออกไม่หยุด / ออกปริมาณมาก
  • ปวดทวารหนักรุนแรงเฉียบพลัน หรือมีไข้ร่วมกับปวดบวม
  • ก้อนยื่นออกมาแล้วดันกลับไม่ได้
  • นิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปนานเกิน 2–3 สัปดาห์ อุจจาระเล็กลง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • อายุมากกว่า 45–50 ปี และมีเลือดออกครั้งแรก

เรื่องเลือดออกโดยเฉพาะ แยกไว้ละเอียดที่ ริดสีดวงมีเลือดออก อันตรายไหม

การตรวจริดสีดวงใช้เวลาไม่นาน แพทย์ดูและตรวจทวารหนักก็บอกได้เกือบทั้งหมดแล้วว่าเป็นอะไรและอยู่ระยะไหน

ปรับปรุงล่าสุด