เมื่อไหร่ริดสีดวงต้องผ่าตัด

คนส่วนใหญ่ที่เป็นริดสีดวงไม่ต้องผ่าตัด หน้านี้รวมข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดจริงๆ ว่ามีอะไรบ้าง ผ่าตัดแล้วเป็นอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้องผ่า

คำถามนี้มาพร้อมความกลัวเสมอ ความจริงคือริดสีดวงระยะ 1 และ 2 รักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและยาเป็นหลัก ระยะ 3 ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อ การฉีด หรือ การรัดยาง ได้ดี การผ่าตัดคือทางเลือกสำหรับกลุ่มที่เหลือ ซึ่งเป็นส่วนน้อย

ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดจริงๆ

การผ่าตัดเหมาะสมเมื่อ

  • ริดสีดวงระยะ 4 — ยื่นค้างอยู่นอกทวารหนักตลอด ดันกลับไม่เข้า
  • ระยะ 3 ที่รักษาด้วยการฉีดหรือรัดยางเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น
  • ริดสีดวงชนิดผสมขนาดใหญ่ ที่มีทั้งส่วนภายในและภายนอกรวมกันจนวิธีอื่นไม่พอ
  • เลือดออกเรื้อรังจนเกิดภาวะโลหิตจาง และควบคุมด้วยวิธีอื่นไม่ได้
  • หัวริดสีดวงยื่นค้างและถูกหูรูดรัดจนขาดเลือด (strangulated) — กรณีนี้เร่งด่วน

เมื่อไหร่ที่ “ยังไม่ต้องผ่า”

มีคนถูกแนะนำให้ผ่าตัดเร็วเกินไปอยู่บ่อยๆ กรณีเหล่านี้ยังไม่ใช่ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด

  • ระยะ 1 — เลือดออกอย่างเดียว ไม่มีก้อนยื่น: รักษาด้วยยาและแก้ท้องผูก
  • ระยะ 2 — ยื่นแล้วหดกลับเอง: ยา หรือฉีด
  • ติ่งเนื้อ (skin tag) ที่ไม่มีอาการ — ไม่ต้องตัดออก ตัดแล้วเจ็บโดยไม่ได้แก้ปัญหาอะไร
  • หัวริดสีดวงอุดตันที่ผ่านมาหลายวันแล้ว — กำลังยุบเอง ดู หัวริดสีดวงอุดตัน
  • ยังไม่เคยแก้เรื่องท้องผูกอย่างจริงจัง — หลายรายอาการดีขึ้นมากเพียงแค่ตรงนี้

ดูว่าตัวเองน่าจะอยู่ระยะไหนได้ที่ ระยะ (เกรด) ของริดสีดวง

การผ่าตัดทำอย่างไร

วิธีมาตรฐานคือ การตัดหัวริดสีดวงออก (hemorrhoidectomy) ทำภายใต้การระงับความรู้สึก โดยตัดหัวริดสีดวงพร้อมหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงออกไป เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดและโอกาสกลับเป็นซ้ำต่ำที่สุด

แลกมากับการที่ เจ็บกว่าและพักฟื้นนานกว่า วิธีที่ทำที่คลินิก เพราะแผลอยู่บริเวณที่รับ ความรู้สึกได้เต็มที่ นี่คือเหตุผลที่การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคน

หลังผ่าตัด — สิ่งที่คาดหวังได้ตามปกติ

  • สัปดาห์แรกเจ็บที่สุด โดยเฉพาะเวลาถ่าย เป็นเรื่องที่คาดไว้ล่วงหน้าได้ ไม่ใช่สัญญาณว่าผิดพลาด
  • มีเลือดซึมเล็กน้อยเวลาถ่ายในช่วงแรก
  • อาการค่อยๆ ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ แผลปิดสนิทใช้เวลาราว 4–6 สัปดาห์
  • การถ่ายครั้งแรกหลังผ่าตัดเป็นเรื่องที่คนไข้กลัวที่สุด — แพทย์จะให้ยาระบายเพื่อให้ อุจจาระนิ่ม ไม่ต้องกลั้นหรืออั้นไว้ เพราะยิ่งอั้นยิ่งแข็งและยิ่งเจ็บ
  • แช่ก้นน้ำอุ่นวันละ 2–3 ครั้งช่วยได้มาก

จะกลับเป็นซ้ำไหม

โอกาสกลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัดต่ำ แต่ไม่ใช่ศูนย์ เพราะสาเหตุตั้งต้น — ท้องผูก เบ่งแรง นั่งถ่ายนาน — ไม่ได้หายไปพร้อมกับการผ่าตัด การดูแลการขับถ่ายจึงยังจำเป็นต่อไป

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์

เร่งด่วน

  • ก้อนยื่นค้างออกมา ดันกลับไม่ได้ ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ และสีคล้ำลง
  • เลือดออกมากจนเวียนหัว ใจสั่น หรือหน้ามืด
  • มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับปวดบวมที่ทวารหนัก

หลังผ่าตัด ให้กลับมาพบแพทย์ถ้า

  • เลือดออกมากหรือออกเป็นลิ่ม
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้นหลังสัปดาห์แรก
  • มีไข้ หรือมีหนองไหลจากแผล
  • ปัสสาวะไม่ออก

ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องผ่าตัดหรือไม่ การตรวจครั้งเดียวก็บอกได้ และคำตอบส่วนใหญ่ ที่คนไข้ได้รับกลับไปคือ “ยังไม่ต้องผ่า”

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

เป็นริดสีดวงแล้วสุดท้ายต้องผ่าตัดทุกคนไหม

ไม่ คนส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด ริดสีดวงระยะ 1 และ 2 รักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและยาเป็นหลัก ระยะ 3 มักตอบสนองต่อการฉีดหรือการรัดยาง การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับระยะ 4 และรายที่วิธีอื่นไม่ได้ผลจริงๆ

ผ่าตัดริดสีดวงเจ็บมากไหม พักฟื้นนานแค่ไหน

การผ่าตัดริดสีดวงเจ็บกว่าการฉีดหรือรัดยางชัดเจน เพราะแผลอยู่บริเวณที่รับความรู้สึก ช่วงที่เจ็บที่สุดคือสัปดาห์แรก โดยเฉพาะเวลาถ่าย และค่อยๆ ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ แพทย์จะให้ยาแก้ปวดและยาระบายควบคู่กันไป

ผ่าตัดแล้วจะกลับเป็นซ้ำไหม

โอกาสกลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัดต่ำกว่าวิธีอื่น แต่ไม่ใช่ศูนย์ ถ้ายังท้องผูกและเบ่งแรงเหมือนเดิม หัวริดสีดวงตำแหน่งอื่นก็เกิดขึ้นใหม่ได้ การดูแลการขับถ่ายจึงยังจำเป็นแม้ผ่าตัดแล้ว

หมอบอกว่ายังไม่ต้องผ่า แต่ยังมีอาการอยู่ ควรทำอย่างไร

ให้เวลาการรักษาแบบไม่ผ่าตัดสัก 4–6 สัปดาห์พร้อมกับแก้ท้องผูกจริงจัง แล้วกลับมาประเมินซ้ำ ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ค่อยพิจารณาขั้นถัดไป การรอด้วยแผนที่ชัดเจนไม่เหมือนกับการปล่อยทิ้ง

ปรับปรุงล่าสุด