นัดติดตามอาการหลังผ่าตัด — ทำไมต้องมา ตรวจอะไรบ้าง
นัดตรวจแผลหลังผ่าตัดคือส่วนหนึ่งของแผนการรักษาตั้งแต่แรก ไม่ใช่สัญญาณว่ามีอะไรผิดปกติ — ตรวจอะไรบ้าง ควรเตรียมอะไรมา และถ้าพลาดนัดต้องทำอย่างไร
หลังผ่าตัดหรือทำหัตถการ แพทย์จะนัดมาตรวจแผลอีกครั้ง หน้านี้อธิบายว่าทำไม และตรวจอะไรบ้าง
การนัดติดตามเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
วันนัดถูกกำหนดไว้เพื่อดูว่าแผลหายตามที่ควรจะเป็น และจัดการสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว เช่น ตัดไหมตามกำหนด การมีนัดจึงไม่ได้หมายความว่าแผลผิดปกติ
ตรวจอะไรบ้าง
- ดูว่าแผลหายตามที่ควรจะเป็น — ขอบแผลปิดดีไหม มีการอักเสบหรือไม่
- ตัดไหมตามกำหนด หรือเอาลวดเย็บหลังขลิบที่ยังค้างเมื่อครบ 1 เดือนออก
- ประเมินอาการปวด บวม และการใช้งานส่วนนั้น
- ปรับยา หรือหยุดยาที่ไม่จำเป็นแล้ว
- ตอบคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างพักฟื้น
- แจ้งผลชิ้นเนื้อ ถ้ามีการส่งตรวจ
- บอกว่ากลับไปทำกิจกรรมปกติได้เมื่อไหร่ — ออกกำลังกาย ยกของหนัก ว่ายน้ำ มีเพศสัมพันธ์
สิ่งที่แพทย์ดูไม่ได้มีแค่ผิวด้านนอก บางอย่างเห็นได้จากการตรวจเท่านั้น เช่น ลวดที่ฝัง จมอยู่ในขอบแผลจนมองผ่านๆ ไม่เห็น หรือการอักเสบใต้ผิวที่ยังไม่แสดงออกชัด
การติดตามลวดเย็บหลังขลิบ
ลวดเย็บส่วนใหญ่จะทยอยหลุดเอง หากครบ 1 เดือนแล้วยังมีลวดค้าง ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเอาออก แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน เพราะคนไข้เกือบทั้งหมดเจ็บจนไม่สามารถเอาออกโดยไม่ฉีดยาชาได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การดูแลแผลหลังขลิบ
ควรมากี่ครั้ง
ส่วนใหญ่ หนึ่งถึงสองครั้งก็พอ
| หัตถการ | การนัดโดยทั่วไป |
|---|---|
| ผ่าก้อนหรือถุงไขมัน | นัดตัดไหมและดูแผล |
| ขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บ | กลับมาหากครบ 1 เดือนแล้วยังมีลวดค้าง |
| กรีดระบายหนอง | นัดทำแผลต่อจนแผลปิดจากด้านใน |
| ฉีดยาริดสีดวง | นัดประเมินว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ |
ถ้าไม่มีปัญหา ก็จบการรักษา เราไม่นัดต่อเนื่องเป็นรอบโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์
จุดนี้สำคัญโดยเฉพาะกับการฉีดยาริดสีดวง — ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ฉีดแล้วอาการหายไปถือว่าจบ ไม่มีการนัดฉีดซ้ำเพื่อกันไว้ก่อน
เตรียมอะไรมา
- บัตรประชาชน
- ใบนัด ถ้ามี
- เอกสารจากที่ผ่าตัด ถ้าผ่าตัดมาจากที่อื่น
- ยาที่กินอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาเบาหวาน
- คำถามที่อยากถาม — จดมาได้ เพราะเวลาตรวจสั้นและคนมักลืมถามสิ่งที่กังวลที่สุด
ถ้าต้องการใบรับรองแพทย์ เพื่อลาพักฟื้นต่อ ให้แจ้งตั้งแต่ต้นการตรวจ
ถ้าพลาดนัด
ติดต่อเข้ามานัดใหม่โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอเป็นเดือน
โดยเฉพาะถ้ายังมี ไหมที่ถึงกำหนดตัด ควรรีบนัดใหม่ ส่วนลวดเย็บหลังขลิบให้กลับมาพบแพทย์ หากครบ 1 เดือนแล้วยังไม่หลุด
คลินิกเปิด จันทร์–ศุกร์ 18.00–19.30 น. ปิดเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดราชการ ถ้าวันนัดตรงกับวันหยุด ให้เลื่อนมาวันทำการที่ใกล้ที่สุด
เมื่อไหร่ควรมาก่อนวันนัด
ไม่ต้องรอถึงวันนัดถ้ามี
- บวมแดงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังผ่านสัปดาห์แรก
- มีไข้ หนาวสั่น
- หนองข้น หรือกลิ่นเหม็นจากแผล
- ปวดรุนแรงขึ้นทั้งที่กินยาแก้ปวดแล้ว
- แผลแยก
- เลือดออกไม่หยุด
- อาการเดิมที่มาผ่าตัดกลับมาใหม่
- เป็นเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ แล้วแผลเริ่มอักเสบ — มาเร็วกว่าปกติ
การมาตามนัดใช้เวลาไม่นาน และสำหรับคนไข้ส่วนใหญ่จบลงด้วยคำว่า “หายดีแล้ว ไม่ต้องมาอีก” ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เราอยากให้เป็นมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
นัดมาตรวจแผลแปลว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า
ไม่ใช่ วันนัดถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ทำหัตถการ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาตามปกติ จุดประสงค์คือดูว่าแผลหายตามที่ควรจะเป็น และจัดการสิ่งที่วางแผนไว้แล้ว เช่น ตัดไหมตามกำหนด
แผลดูดีแล้ว ไม่ไปตามนัดได้ไหม
ไม่แนะนำ เพราะสิ่งที่แพทย์ตรวจไม่ได้มีแค่ผิวด้านนอก บางอย่างเห็นได้จากการตรวจเท่านั้น เช่น ไหมที่ควรตัดแล้ว หรือการอักเสบใต้ผิวที่ยังไม่แสดงออกชัด การมาตามนัดใช้เวลาไม่นาน และมักจบด้วยคำว่าหายดีแล้ว
พลาดนัดไปแล้ว ต้องทำอย่างไร
ให้ติดต่อเข้ามานัดใหม่โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอรอบถัดไปเป็นเดือน โดยเฉพาะถ้ายังมีไหมหรือลวดเย็บอยู่ เพราะการทิ้งไว้นานเกินกำหนดทำให้เกิดรอยแผลเป็นชัดขึ้นและระคายเคือง
ต้องมากี่ครั้ง
จำนวนครั้งขึ้นกับชนิดของหัตถการ การผ่าก้อนเล็กๆ มักนัดเพื่อตัดไหมและดูแผล ส่วนหลังขลิบด้วยเครื่องตัดเย็บ หากครบ 1 เดือนแล้วยังมีลวดค้างจึงกลับมาพบแพทย์
หลังฉีดยาริดสีดวงต้องนัดมาฉีดซ้ำเป็นรอบไหม
ไม่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ฉีดแล้วอาการหายไปถือว่าจบการรักษา ไม่มีการนัดฉีดซ้ำเป็นรอบเพื่อป้องกัน การนัดหลังฉีดมีเพื่อประเมินว่าอาการดีขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าดีขึ้นแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ บริการดูแลแผล: ทำแผล ตัดไหม และนัดติดตามอาการ
ปรับปรุงล่าสุด