หัวริดสีดวงอุดตัน (thrombosed) — ปวดมากเฉียบพลัน ทำอย่างไร
อยู่ๆ ปวดทวารหนักมากและคลำได้ก้อนแข็ง คือหัวริดสีดวงภายนอกที่มีลิ่มเลือดอุดตัน อาการนี้เจ็บมากแต่ไม่อันตราย ดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรมาตรวจ
อาการนี้มาแบบไม่ทันตั้งตัว — เมื่อวานยังปกติ วันนี้ปวดทวารหนักจนนั่งไม่ได้ และคลำได้ก้อนแข็ง ที่ขอบทวาร
ข่าวดีคือภาวะนี้ ไม่ลุกลามและหายได้เอง สิ่งที่ต้องจัดการในช่วงแรกมีแค่ความเจ็บปวดเท่านั้น
อาการที่บอกว่าใช่
- ปวด ขึ้นมาเร็ว ภายใน 1–2 วัน แล้วปวดตลอดเวลา ไม่ใช่ปวดเฉพาะตอนถ่าย
- คลำได้ ก้อนแข็ง กลม สีคล้ำหรือม่วง ที่ขอบทวารหนัก
- บวมตึง นั่งลำบาก เดินแล้วเสียดสี
- มักไม่มีไข้ และผิวรอบก้อนไม่แดงลามออกไปกว้าง
สาเหตุที่พบบ่อย
มักตามหลังเหตุการณ์ที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องอย่างกะทันหัน
- เบ่งถ่ายแรงจากท้องผูก หรือท้องเสียหลายรอบ
- ยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก
- นั่งนานๆ ต่อเนื่อง เช่น เดินทางไกล
- ช่วงใกล้คลอดและหลังคลอด
ธรรมชาติของอาการ — สิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าปล่อยไว้
นี่คือสิ่งที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ที่สุด ลำดับอาการโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- วันที่ 1–3 ปวดมากที่สุด ก้อนตึงที่สุด
- วันที่ 4–7 ปวดเริ่มลดลงชัดเจน ก้อนเริ่มนิ่มลง
- สัปดาห์ที่ 2–4 ก้อนยุบลงเรื่อยๆ ร่างกายสลายลิ่มเลือดไปเอง
- อาจเหลือเป็น ติ่งเนื้อเล็กๆ (skin tag) ที่ไม่เจ็บและไม่ต้องทำอะไรต่อ
บางครั้งผิวเหนือก้อนแตกเอง มีเลือดออกซึมๆ แล้ว ปวดลดลงทันที — นั่นคือแรงดันในก้อนถูกปลดออก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ต้องตกใจ
ดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงแรก
- แช่ก้นในน้ำอุ่น ครั้งละ 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้ง ช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูดและลดปวดได้จริง
- ยาแก้ปวด พาราเซตามอล หรือยาต้านการอักเสบตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ
- อย่าให้ท้องผูก ดื่มน้ำ กินผัก ใช้ยาระบายอ่อนๆ ถ้าจำเป็น เพราะการเบ่งซ้ำทำให้แย่ลง
- ไม่นั่งถ่ายนาน และไม่พยายามดันหรือบีบก้อนเอง — การบีบไม่ทำให้ลิ่มเลือดออก มีแต่จะช้ำเพิ่ม
- นั่งบนเบาะนุ่มหรือหมอนรองเมื่อจำเป็น
การมาพบแพทย์ช่วยอะไรได้บ้าง
สิ่งที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือ การตรวจให้แน่ใจว่าใช่ก้อนลิ่มเลือดจริง เพราะฝีรอบทวารและ แผลปริขอบทวารมีอาการคล้ายกันในวันแรกๆ แต่รักษาคนละทาง จากนั้นจึงจัดยาแก้ปวดและ ยาลดบวมให้เหมาะสม พร้อมแก้เรื่องท้องผูกซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เป็นซ้ำ
คลินิกไม่ได้ทำการกรีดเอาลิ่มเลือดออก (clot evacuation) หัตถการนี้ช่วยได้เฉพาะช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก ขณะที่ก้อนยังตึงมาก ถ้าประเมินแล้วเห็นว่าควรทำ แพทย์จะแนะนำ สถานที่ที่เหมาะสมให้
หลังจากผ่านไปหลายวันแล้ว ลิ่มเลือดเริ่มสลายไปเองและอาการเริ่มดีขึ้น หัตถการมักไม่จำเป็นอีก — ช่วงนั้นการรอให้หายเองคือทางเลือกที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่การละเลย
เมื่อไหร่ควรมาตรวจทันที
- ปวดรุนแรงจนกินยาแก้ปวดแล้วไม่ทุเลา
- มีไข้ หนาวสั่น หรือผิวหนังรอบก้อนแดงลามออกกว้างขึ้น — อาจเป็นฝี ไม่ใช่ลิ่มเลือดอุดตัน
- มีหนองไหล
- เลือดออกไม่หยุด หรือออกมาก
- เป็นก้อนอุดตันซ้ำๆ หลายครั้ง
ฝีรอบทวารกับหัวริดสีดวงอุดตันมีอาการคล้ายกันในวันแรกๆ แต่รักษาคนละทาง — ฝีต้องระบายหนอง ถ้ามีไข้ร่วมด้วย อย่ารอดูอาการเอง
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
หัวริดสีดวงอุดตัน อันตรายไหม
เจ็บมากแต่ไม่อันตราย ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน และไม่ได้กลายเป็นมะเร็ง ลิ่มเลือดที่ค้างอยู่จะค่อยๆ สลายไปเอง อาการปวดมักหนักที่สุดใน 2–3 วันแรก แล้วดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1–2 สัปดาห์
ปล่อยไว้เองหายไหม
หายเองได้ ร่างกายจะสลายลิ่มเลือดไปเอง สิ่งที่เหลืออาจเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ไม่มีอาการ การมาพบแพทย์ช่วยเรื่องความเจ็บให้ผ่านช่วงแรกได้เร็วขึ้น ไม่ใช่เพราะปล่อยไว้แล้วจะเป็นอันตราย
ก้อนแตกเองมีเลือดออก ต้องทำอย่างไร
พบได้ และหลังแตกมักปวดน้อยลงทันทีเพราะแรงดันลดลง ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและซับให้แห้ง เลือดมักหยุดเองในเวลาไม่นาน ถ้าเลือดไม่หยุด มีไข้ หรือแผลบวมแดงมากขึ้น ให้มาพบแพทย์
ต้องกรีดเอาลิ่มเลือดออกไหม
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น เพราะภาวะนี้หายเองได้และหัตถการช่วยได้เฉพาะช่วง 2–3 วันแรกที่ก้อนยังตึงมาก คลินิกไม่ได้ทำหัตถการนี้ แต่ตรวจแยกโรคและดูแลเรื่องความเจ็บให้ได้ ถ้าประเมินแล้วเห็นว่าควรทำ แพทย์จะแนะนำสถานที่ที่เหมาะสมให้
อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ ริดสีดวงทวาร: อาการ สาเหตุ ระยะ และการรักษา
ปรับปรุงล่าสุด