ถ่ายเป็นเลือด กลัวเป็นมะเร็ง แยกจากริดสีดวงได้อย่างไร
คลินิกหมอนิกร · ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ถ่ายเป็นเลือดส่วนใหญ่มาจากริดสีดวงหรือแผลปริขอบทวาร ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป ดูลักษณะเลือด อาการร่วม และสัญญาณที่ควรพบแพทย์
เห็นเลือดในโถส้วมแล้วนึกถึงมะเร็งเป็นเรื่องปกติ แต่ในคนที่มาตรวจด้วยอาการนี้ โรคที่พบมากที่สุดคือ ริดสีดวงทวาร และ แผลปริขอบทวาร ซึ่งทั้งคู่รักษาได้ และส่วนใหญ่เริ่มจากการแก้ท้องผูกกับใช้ยา ไม่ใช่การผ่าตัด
สิ่งที่ดูเองไม่ได้คือเลือดออกมาจากตำแหน่งไหน สีและปริมาณเลือดใช้ยืนยันสาเหตุไม่ได้ หากเลือดออกซ้ำ มีอาการอื่นร่วม หรือไม่เคยตรวจมาก่อน ควรให้แพทย์ตรวจแทนการเดาจากอาการ
ลักษณะเลือดช่วยบอกอะไรได้บ้าง
- เลือดแดงสดติดกระดาษหรือหยดลงโถ มักมาจากบริเวณทวาร เช่น ริดสีดวงหรือแผลปริ
- เลือดเคลือบด้านนอกอุจจาระ มักเกิดใกล้ปากทวาร แต่อาจมีสาเหตุอื่นได้
- เลือดปนในเนื้ออุจจาระหรือมีมูกเลือด ควรตรวจหาสาเหตุในลำไส้
- อุจจาระดำ เหนียว คล้ายยางมะตอย อาจเป็นเลือดจากทางเดินอาหารส่วนบน ควรพบแพทย์โดยเร็ว

ตำแหน่งที่เลือดออกมีผลต่อลักษณะที่เห็น เลือดแดงสดมักมาจากบริเวณใกล้ทวาร เลือดที่ปนในเนื้ออุจจาระอาจมาจากลำไส้ ส่วนอุจจาระดำเหนียวอาจเกิดจากเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน อย่างไรก็ตาม ลักษณะเลือดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้
อาหารหรือยาบางชนิดทำให้สีอุจจาระเปลี่ยนได้ เช่น บีตรูต ธาตุเหล็ก และยาบิสมัท ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นเลือด สามารถถ่ายภาพไว้ให้แพทย์ดูได้
อาการที่ช่วยแยกระหว่างมะเร็งกับสาเหตุที่ไม่ใช่มะเร็ง
ไม่มีอาการใดอาการเดียวที่ยืนยันหรือตัดมะเร็งออกได้ มะเร็งระยะแรกอาจมีเพียงเลือดออกเล็กน้อย และริดสีดวงกับมะเร็งเกิดพร้อมกันได้ ตารางนี้จึงใช้ชั่งน้ำหนักความน่าสงสัยเบื้องต้น ไม่ได้ใช้แทนการตรวจ
| สิ่งที่สังเกต | เข้าได้กับริดสีดวงหรือแผลปริมากกว่า | ควรตรวจหามะเร็งหรือโรคในลำไส้ |
|---|---|---|
| ลักษณะเลือด | แดงสด ติดกระดาษ หยดหลังถ่าย หรือเคลือบด้านนอกอุจจาระ | เลือดปนในเนื้ออุจจาระ มีมูกเลือด หรือออกซ้ำโดยหาสาเหตุรอบทวารไม่พบ |
| ความเจ็บ | ไม่เจ็บในริดสีดวงภายใน หรือเจ็บแสบชัดขณะถ่ายในแผลปริ | อาจไม่เจ็บ หรือมีปวดท้อง แน่นท้องร่วมด้วย |
| ความสัมพันธ์กับการถ่าย | เริ่มหลังท้องผูก อุจจาระแข็ง หรือเบ่ง และดีขึ้นเมื่ออุจจาระนิ่ม | เกิดต่อเนื่องแม้ไม่ได้ท้องผูก หรือยังออกหลังรักษาโรครอบทวารแล้ว |
| การขับถ่าย | รูปแบบการขับถ่ายโดยรวมไม่เปลี่ยน | ท้องผูกหรือท้องเสียผิดไปจากเดิม อุจจาระเล็กลง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ |
| อาการร่วม | คัน มีก้อนยื่น หรือเจ็บที่ปากทวาร โดยไม่มีอาการทั่วร่างกาย | น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ เบื่ออาหาร ซีด เหนื่อยง่าย หรืออ่อนเพลีย |
| ประวัติและอายุ | เป็นช่วงสั้นๆ แล้วหยุดเมื่อแก้ท้องผูก และเคยเป็นแบบเดียวกันมาก่อน | ออกซ้ำ เป็นนานขึ้น เลือดออกครั้งแรกเมื่ออายุเกิน 45–50 ปี หรือมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ |
แม้ลักษณะจะอยู่ฝั่ง “ไม่ใช่มะเร็งมากกว่า” ก็ควรตรวจหากเลือดออกซ้ำ เพราะสีและตำแหน่งของเลือดเพียงอย่างเดียวแยกโรคไม่ได้แน่นอน
สาเหตุที่พบบ่อยต่างกันอย่างไร
ริดสีดวงทวาร
มักเป็นเลือดแดงสด ออกตอนหรือหลังถ่าย และ มักไม่เจ็บ อาจมีก้อนยื่น คัน หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อ่านเพิ่มเรื่อง ริดสีดวงมีเลือดออก
แผลปริขอบทวาร
เลือดมักมีปริมาณไม่มาก จุดเด่นคือ เจ็บแสบเหมือนถูกบาดขณะถ่าย และอาจเจ็บต่ออีกหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง มักเริ่มหลังอุจจาระแข็งหรือเบ่งมาก
สาเหตุที่อยู่ลึกเข้าไปในลำไส้
เลือดบางส่วนไม่ได้มาจากบริเวณรอบทวาร แต่มาจากลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรง ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการอักเสบ ติ่งเนื้อ ความผิดปกติของหลอดเลือด และมะเร็ง กลุ่มนี้มีจุดร่วมคือ แยกจากกันด้วยลักษณะเลือดอย่างเดียวไม่ได้ และมักต้องตรวจภายในลำไส้จึงจะทราบสาเหตุ
สิ่งที่ทำให้แพทย์นึกถึงกลุ่มนี้มากขึ้นคือ ตรวจบริเวณทวารแล้วไม่พบรอยโรคที่อธิบายเลือดออกได้ เลือดปนอยู่ในเนื้ออุจจาระหรือมีมูกเลือด มีอาการทางท้องร่วมด้วย หรือเลือดยังออกหลังรักษา โรครอบทวารไปแล้ว
มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
มะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องนึกถึง แต่ ไม่ใช่สาเหตุของเลือดออกทุกคน ความน่าสงสัยเพิ่มขึ้นเมื่อเลือดออกซ้ำ ร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ซีด เหนื่อยง่าย การขับถ่ายเปลี่ยนนานหลายสัปดาห์ หรือมีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว
ริดสีดวงกับโรคในลำไส้เกิดพร้อมกันได้ การพบริดสีดวงจึงไม่ควรใช้ปิดเรื่อง หากเลือดยังออกต่อเนื่องหรือลักษณะอาการไม่เข้ากัน
แพทย์ตรวจอย่างไร
การตรวจทวารหนัก เริ่มจากการดูผิวหนังและปากทวารภายนอก จากนั้นอาจตรวจด้วยนิ้วหรือส่องดูภายในคลองทวารตามอาการ การตรวจช่วยพบสาเหตุที่พบบ่อยได้ เช่น ริดสีดวงทวาร แผลปริขอบทวาร ติ่งเนื้อ หูด ฝีรอบทวาร ฝีคัณฑสูตร หรือ ก้อนบริเวณทวารหนัก อ่านภาพรวมได้ที่ โรคบริเวณทวารหนัก: แผลปริ ฝี ฝีคัณฑสูตร และติ่งเนื้อ
หากตรวจแล้วไม่พบโรคบริเวณรอบทวารที่อธิบายเลือดออกได้ หรืออาการทำให้สงสัยโรคของลำไส้ แพทย์จะส่งต่อไปตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อหาสาเหตุในตำแหน่งที่การตรวจทวารทั่วไปมองไม่ถึง
ระหว่างรอตรวจ ดูแลตัวเองอย่างไร
ถ้าเลือดออกเล็กน้อยและไม่มีสัญญาณอันตราย ให้ลดการเสียดสีและการเบ่งก่อน
- ดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร และกินอาหารกากใยให้พอ
- ไม่นั่งถ่ายนานเกิน 5 นาที และไม่ฝืนเบ่ง
- อย่ากลั้นอุจจาระจนแข็ง
- จดว่าเลือดออกกี่ครั้ง สีอะไร และมีอาการใดร่วม
- ไม่ซื้อยาริดสีดวงใช้ต่อเนื่องเพื่อกลบอาการโดยยังไม่ทราบสาเหตุ
การดูแลนี้ไม่ทดแทนการตรวจเมื่อเลือดออกซ้ำ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ควรนัดตรวจถ้าเลือดออกซ้ำ ไม่หายภายใน 1–2 สัปดาห์ เป็นครั้งแรกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทำให้กังวล แม้เลือดจะออกไม่มาก
ไปโรงพยาบาลทันที หากมีข้อใดข้อหนึ่ง
- เลือดออกมากต่อเนื่อง มีลิ่มเลือด หรือเลือดเต็มโถ
- หน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม ซีด หรืออ่อนเพลียมาก
- อุจจาระดำเหนียว หรืออาเจียนเป็นเลือด
- ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง หรือท้องแข็งร่วมกับเลือดออก
ควรตรวจโดยไม่ปล่อยไว้นาน หากน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ การขับถ่ายเปลี่ยนต่อเนื่อง อุจจาระเล็กลง มีมูกเลือด ซีด มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือเป็นการเลือดออกครั้งแรกเมื่ออายุเกิน 45–50 ปี
ถ้ากินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ เช่น แอสไพรินหรือวาร์ฟาริน เลือดมักออกมากและนานกว่าที่ควรจะเป็น จึงควรตรวจเร็วขึ้นแทนการรอดูอาการ และ อย่าหยุดยาเองก่อนปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา
เป้าหมายของการมาตรวจคือหาว่าเลือดมาจากไหน ไม่ใช่การพาไปทำหัตถการทุกคน ถ้าเป็นริดสีดวงหรือแผลปริ ส่วนใหญ่เริ่มด้วยการแก้ท้องผูกและใช้ยาตามอาการได้
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
ถ่ายเป็นเลือดสด เป็นมะเร็งไหม
ส่วนใหญ่ไม่ใช่ เลือดแดงสดที่ติดกระดาษหรือหยดหลังถ่ายมักมาจากริดสีดวงหรือแผลปริขอบทวาร แต่สีเลือดยืนยันสาเหตุไม่ได้ทั้งหมด หากออกซ้ำหรือมีอาการเตือนควรตรวจ
เลือดติดกระดาษนิดเดียว รอดูอาการได้ไหม
ถ้าเกิดครั้งเดียวหลังถ่ายแข็ง ไม่มีอาการเตือน และหยุดเอง อาจแก้ท้องผูกแล้วสังเกตได้ แต่ถ้าออกซ้ำ ไม่หายภายใน 1–2 สัปดาห์ หรือไม่เคยตรวจ ควรพบแพทย์
ริดสีดวงกับมะเร็งลำไส้เกิดพร้อมกันได้ไหม
เกิดพร้อมกันได้ การพบริดสีดวงจึงไม่ได้พิสูจน์ว่าเลือดทุกครั้งมาจากริดสีดวง หากอาการไม่สอดคล้อง มีปัจจัยเสี่ยง หรือเลือดยังออกหลังรักษา แพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติม
ถ่ายเป็นเลือดต้องส่องกล้องทุกคนไหม
ไม่ทุกคน แพทย์พิจารณาจากอายุ ลักษณะเลือด อาการร่วม ประวัติครอบครัว และผลตรวจบริเวณทวาร คนอายุน้อยที่มีแผลปริชัดเจนมักไม่ต้องส่อง แต่ถ้าเลือดออกครั้งแรกเมื่ออายุเกิน 45–50 ปี หรือมีสัญญาณเตือน แพทย์มักแนะนำให้ตรวจลำไส้เพิ่ม
ปรับปรุงล่าสุด