เล็บขบอักเสบเป็นหนอง (paronychia) — ขอบเล็บบวมแดงเป็นหนอง
ขอบเล็บบวมแดงเจ็บและมีหนอง คือเล็บขบที่อักเสบติดเชื้อหรือเล็บอักเสบรอบขอบ — เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร เมื่อไหร่ต้องระบายหนอง และทำไมผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ
เล็บอักเสบรอบขอบเล็บ (paronychia) คือ การติดเชื้อของผิวหนังรอบขอบเล็บ
ที่เท้า มักเป็นภาวะแทรกซ้อนของเล็บขบ ที่ขอบเล็บทิ่มเนื้อจนติดเชื้อ ส่วนที่มือ มักมาจากการแคะเล็บ กัดเล็บ หรือลอกหนังรอบเล็บ
อาการ
- ขอบเล็บ บวม แดง ร้อน เจ็บ
- เจ็บตุบๆ ที่ปลายนิ้ว
- มี หนอง ที่ขอบเล็บ หรือเห็นเป็นถุงหนองใต้ผิว
- ผิวรอบเล็บลอกหรือแตก
- ในรายเรื้อรัง ขอบเล็บหนา ผิวรอบเล็บบวมนุ่ม เป็นๆ หายๆ
เฉียบพลันกับเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร
| เฉียบพลัน | เรื้อรัง | |
|---|---|---|
| เป็นเร็วแค่ไหน | ภายในไม่กี่วัน | เป็นๆ หายๆ หลายสัปดาห์ |
| สาเหตุหลัก | เชื้อแบคทีเรีย | ความชื้น + เชื้อรา |
| มักพบใน | หลังเล็บขบ แคะเล็บ | งานที่มือหรือเท้าเปียกบ่อย |
| การรักษา | ระบายหนอง + ยา | รักษาความแห้ง + ยาต้านเชื้อรา |
การแยกสองแบบนี้สำคัญ เพราะชนิดเรื้อรังรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างเดียวมักไม่หาย ต้องแก้ที่ความชื้นและเชื้อรา
การรักษา
ยังไม่เป็นหนองมาก
- แช่นิ้วในน้ำอุ่น ครั้งละ 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้ง
- รักษาความสะอาดและ ซับให้แห้ง
- ไม่แคะ ไม่บีบ ไม่ลอกหนังรอบเล็บ
- ถ้าที่เท้าเกิดจากเล็บขบ ให้ดูแลขอบเล็บตามแนวทางเล็บขบ
เมื่อเป็นหนองแล้ว
เมื่อหนองรวมเป็นถุง ต้องระบายออก หลักการเดียวกับฝีทั่วไป คือหนองที่ขังอยู่ต้องระบาย ยาปฏิชีวนะอย่างเดียวเข้าไปไม่ถึง
- แพทย์ระบายหนองอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบรากเล็บ
- อาจต้องจัดการขอบเล็บที่เป็นต้นเหตุไปพร้อมกัน
- ให้ยาปฏิชีวนะเสริมในบางกรณี
อย่าบีบเอง — ปลายนิ้วมีช่องเนื้อเยื่อเล็กๆ หลายช่อง การบีบดันเชื้อเข้าลึกจนลุกลาม และจัดการยากขึ้น
ป้องกัน
- ไม่กัดเล็บ ไม่แคะเล็บ ไม่ลอกหนังรอบเล็บ
- ตัดเล็บให้ถูกวิธี — ตัดตรง ไม่ตัดถึงมุม ดู การดูแลเท้าและตัดเล็บที่ถูกวิธี
- รักษามือและเท้าให้แห้ง โดยเฉพาะถ้างานต้องแช่น้ำ — ใส่ถุงมือกันน้ำ
- ระวังการทำเล็บที่ตัดหรือดันหนังกำพร้าลึกเกินไป
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- มีหนอง บวมแดงมาก ที่ขอบเล็บ
- เจ็บตุบๆ รุนแรง ที่ปลายนิ้ว หรือแดงลามออกจากนิ้ว
- มีไข้
- อาการลามไปที่ข้อนิ้วหรือฝ่ามือ/ฝ่าเท้า
- เป็นเบาหวาน ชาที่ปลายมือปลายเท้า หรือภูมิคุ้มกันต่ำ — มาทันที ไม่บีบไม่แคะเอง
- เป็นเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ทั้งที่ดูแลแล้ว — ควรตรวจหาเชื้อราและสาเหตุอื่น
เล็บอักเสบเป็นหนองที่มาแต่เนิ่นๆ ระบายง่ายและหายเร็ว ส่วนที่ปล่อยไว้จนลุกลามลึกที่ปลายนิ้ว จัดการยากกว่ามาก — ปลายนิ้วเป็นบริเวณที่ไม่ควรประมาทกับการติดเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
เล็บขบอักเสบเป็นหนอง กับฝีทั่วไป ต่างกันไหม
หลักการเดียวกัน คือเป็นการติดเชื้อที่เกิดหนอง เมื่อหนองรวมเป็นถุงแล้วก็ต้องระบายออก ยาปฏิชีวนะอย่างเดียวมักไม่พอ ต่างกันแค่ตำแหน่งที่อยู่รอบขอบเล็บ ซึ่งการระบายต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบรากเล็บ
บีบหนองที่ขอบเล็บเองได้ไหม
ไม่ควร การบีบดันเชื้อเข้าเนื้อเยื่อลึกที่ปลายนิ้วซึ่งมีช่องเล็กๆ หลายช่อง ทำให้ลุกลามและเจ็บมากขึ้นโดยหนองส่วนลึกยังค้างอยู่ ปลายนิ้วเป็นบริเวณที่การติดเชื้อลุกลามแล้วจัดการยาก จึงควรให้แพทย์ระบายให้ถูกตำแหน่ง
เป็นเรื้อรังเป็นๆ หายๆ หลายสัปดาห์ เกิดจากอะไร
เล็บอักเสบเรื้อรังมักสัมพันธ์กับมือหรือเท้าที่เปียกชื้นบ่อย เช่น งานที่ต้องแช่น้ำ และมักมีเชื้อราร่วมด้วย ต่างจากชนิดเฉียบพลันที่มักเป็นเชื้อแบคทีเรียและเป็นเร็ว การรักษาเรื้อรังเน้นที่การรักษาความแห้งและยาต้านเชื้อรา ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงการแช่น้ำ
เป็นเบาหวานแล้วขอบเล็บอักเสบ ต้องระวังอย่างไร
ควรมาพบแพทย์เร็ว ไม่ควรบีบหรือแคะเอง เพราะผู้ป่วยเบาหวานมักรับความรู้สึกที่เท้าได้น้อยลง แผลหายช้า และการติดเชื้อที่ปลายนิ้วหรือปลายเท้าลุกลามได้เร็วและรุนแรงกว่าคนทั่วไป
อักเสบที่ขอบเล็บเกิดจากเล็บขบเสมอไหม
ไม่เสมอไป ที่เท้ามักมาจากเล็บขบที่ขอบเล็บทิ่มเนื้อ ส่วนที่มือมักมาจากการแคะเล็บ กัดเล็บ ลอกหนังรอบเล็บ หรือทำเล็บ ทั้งสองแบบเป็นการเปิดทางให้เชื้อเข้า แต่จุดเริ่มต้นต่างกัน
อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ เล็บขบ: สาเหตุ การรักษา และการดูแลไม่ให้เป็นซ้ำ
ปรับปรุงล่าสุด