ฝี (abscess) — บีบเองได้ไหม และการกรีดระบายหนอง

ฝีคือถุงหนองใต้ผิวหนัง กินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวไม่หาย ทำไมไม่ควรบีบเอง การกรีดระบายหนองทำอย่างไร เจ็บไหม และการดูแลแผลหลังกรีด

เกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในผิวหนังผ่าน รูขุมขน รอยถลอก หรือถุงไขมันที่มีอยู่เดิม แล้วร่างกายตอบสนองด้วยการล้อมเชื้อไว้เป็นถุงหนอง

อาการ

  • ตุ่มหรือก้อน บวม แดง ร้อน และกดเจ็บมาก
  • ปวดตุบๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่เจ็บเฉพาะตอนกด
  • อาการ แย่ลงเรื่อยๆ ในเวลาไม่กี่วัน
  • เมื่อหนองสะสมมากขึ้น กลางก้อนจะเริ่มนิ่ม — จุดนี้คือสัญญาณว่ามีหนองพร้อมระบายแล้ว
  • อาจมีไข้ในรายที่เป็นมาก

พบบ่อยที่บริเวณเสียดสีและอับชื้น — รักแร้ ขาหนีบ ก้น ต้นขา หลัง คอ

ทำไมยาปฏิชีวนะอย่างเดียวไม่พอ

นี่เป็นจุดที่คนไข้เข้าใจผิดบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลที่หลายคนกินยามาเป็นสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น

ภาพตัดขวางผิวหนังเปรียบเทียบฝีที่มีหนองรวมอยู่ในโพรงขอบเขตชัด กับเซลลูไลติสที่อักเสบแดงกระจายในชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวโดยไม่มีโพรงหนอง ภาพเปรียบเทียบ: ฝีมีหนองขังเป็นโพรง จึงมักต้องระบายหนอง ส่วนเซลลูไลติสเป็นการอักเสบกระจายที่ยังไม่มีโพรงหนอง จึงมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ต้องตรวจร่างกายเพื่อแยกโรค เพราะบางคนอาจเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ฝีมีผนังกั้น ยาปฏิชีวนะเดินทางมากับกระแสเลือด แต่ตรงกลางถุงหนองไม่มีเลือดไปเลี้ยง ยาจึงเข้าไปไม่ถึง

ยาปฏิชีวนะช่วยได้กับ การอักเสบรอบๆ ถุงหนอง จึงใช้เสริมในบางกรณี — มีไข้ มีการอักเสบลามกว้าง เป็นเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ แต่ไม่ได้แทนการระบายหนอง

บีบเองได้ไหม — ไม่ควร

การบีบดูเหมือนได้ผลเพราะมีหนองออกมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ

  • ดันเชื้อเข้าเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้การอักเสบลามกว้างกว่าเดิม
  • หนองส่วนลึกยังค้างอยู่ เพราะบีบออกได้แค่ส่วนตื้น
  • เจ็บมากโดยไม่ได้ยาชา
  • ทำให้ แผลใหญ่และแผลเป็นชัดกว่า การกรีดโดยแพทย์
  • เพิ่มโอกาสเชื้อเข้ากระแสเลือด

ฝีบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบจมูกและรอบตา ห้ามบีบเด็ดขาด เพราะหลอดเลือดบริเวณนี้ เชื่อมกับหลอดเลือดในกะโหลกศีรษะ การบีบอาจดันเชื้อเข้าไปในตำแหน่งที่อันตราย

การประคบอุ่นช่วยให้ฝีในระยะแรกสุกและระบายง่ายขึ้นได้ แต่ ไม่ใช่การรักษาแทนการกรีด เมื่อหนองสะสมแล้ว

การกรีดระบายหนอง (I&D)

ขั้นตอน

  1. ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้น
  2. ฉีดยาชาเฉพาะที่ — ช่วงที่รู้สึกมากที่สุด และสั้นที่สุด
  3. กรีดเปิดให้หนองระบายออก
  4. ล้างโพรงหนองให้สะอาด เขี่ยเอาเนื้อตายและผนังกั้นออก
  5. ใส่ gauze drain (ผ้าก๊อซระบาย) คาไว้ในโพรงแผล แล้วปิดแผลด้านนอก

gauze drain คือผ้าก๊อซที่ใส่คาไว้ในโพรงหนองหลังกรีด เพื่อ ถ่างแผลไว้ไม่ให้ปิดเร็วเกินไป และซับหนองที่ยังไหลออกมาต่อ ทำให้แผลระบายได้ต่อเนื่องและหายจากก้นแผลขึ้นมา

ใช้เวลาไม่กี่นาที และปวดลดลงชัดเจนทันทีหลังทำ เพราะแรงดันถูกปลดออก คนไข้จำนวนมาก บอกว่ารู้สึกดีขึ้นทันทีที่ลุกจากเตียง

การดูแลแผลหลังกรีด

  • มาทำแผลเปลี่ยน gauze drain ทุกวัน — เป็นส่วนสำคัญของการรักษา ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ้าปิดแผล แต่ละครั้งจะเอาก๊อซเดิมออก ล้างแผล และใส่ก๊อซใหม่ เมื่อโพรงแผลตื้นขึ้น จะค่อยๆ ลดขนาดก๊อซลง จนไม่ต้องใส่อีก
  • ห้ามให้แผลโดนน้ำ — รักษาแผลและผ้าปิดแผลให้แห้งอยู่เสมอ ไม่แช่น้ำ ไม่ให้น้ำเข้าแผลตอนอาบน้ำ ถ้าผ้าปิดแผลเปียกหรือเลอะ ให้มาเปลี่ยนก่อนนัด
  • อย่าดึงหรือแกะ gauze drain ออกเอง ให้เจ้าหน้าที่เป็นคนเปลี่ยนให้
  • มี เลือดหรือหนองซึมเปื้อนก๊อซเล็กน้อยในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ โพรงแผลจะแห้งและซึมน้อยลงเรื่อยๆ
  • กินยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ (ถ้าได้รับ) ให้ครบตามที่แพทย์สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

กลับมาก่อนนัดถ้ามี — ไข้ ปวดหรือบวมมากขึ้น แดงลามออก มีหนองไหลมากขึ้น หรือก๊อซหลุดออกมาเอง

ทำไมแผลไม่เย็บปิด

เพราะ แผลติดเชื้อต้องเปิดไว้ให้ระบายได้ต่อเนื่อง และหายจากด้านในขึ้นมา การเย็บปิดทันทีจะขังเชื้อไว้และเกิดฝีซ้ำ

แผลจะค่อยๆ ตื้นขึ้นและปิดเองในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ระหว่างนั้นต้อง ทำแผลตามนัด — นี่เป็นกระบวนการปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าแผลมีปัญหา

ฝีแตกเองแล้ว ยังต้องมาไหม

ควรมา เพราะฝีที่แตกเองมัก ระบายได้ไม่หมด เหลือหนองและเนื้อตายค้างอยู่

สิ่งที่มักเกิดคืออาการทุเลาลงสองสามวัน แล้วบวมกลับมาอีก แพทย์จะเปิดแผลให้กว้างพอ และล้างให้สะอาดเพื่อตัดวงจรนี้

เป็นฝีซ้ำที่เดิม

ถ้าเป็นซ้ำตำแหน่งเดิม มักมี สาเหตุที่ยังไม่ได้แก้

  • มี ถุงไขมัน เดิมอยู่ตรงนั้น — ต้องเอาถุงออกตอนที่สงบแล้ว
  • มีทางเชื่อมใต้ผิวหนัง เช่น ฝีคัณฑสูตร ในบริเวณทวารหนัก
  • เบาหวานที่ยังคุมไม่ได้
  • ภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ

การระบายหนองซ้ำไปเรื่อยๆ โดยไม่หาสาเหตุ ไม่ใช่การรักษาที่จบ

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์

มาทันที ไม่ต้องรอ ถ้ามี

  • ไข้สูง หนาวสั่น
  • แดงลามออกเร็ว หรือมีเส้นแดงพุ่งออกจากก้อน
  • ปวดรุนแรงเกินกว่าที่ตาเห็น หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ม่วง ดำ
  • ฝีที่ ใบหน้า รอบตา หรือรอบจมูก
  • เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกินยากดภูมิ
  • ก้อนโตเร็วมากภายในไม่กี่ชั่วโมง

ถ้ามีอาการกลุ่มนี้นอกเวลาทำการ ให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

สำหรับก้อนบวมเจ็บทั่วไป การมาตรวจในเวลาทำการเพียงพอ — และยิ่งมาตอนก้อนยังเล็ก แผลก็ยิ่งเล็กและหายเร็วกว่า

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ฝีกินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวหายไหม

ไม่หาย เพราะฝีคือถุงหนองที่มีผนังกั้น ยาที่ไหลมากับกระแสเลือดเข้าไปข้างในไม่ถึง การรักษาหลักคือการกรีดระบายหนองออก ส่วนยาปฏิชีวนะเป็นตัวช่วยเสริมในบางกรณี เช่น มีการอักเสบลามรอบข้าง มีไข้ เป็นเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

บีบเองได้ไหม

ไม่ควร การบีบดันเชื้อเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบข้างและเข้ากระแสเลือดได้ เจ็บมากโดยที่หนองส่วนลึกยังคงค้างอยู่ และทำให้แผลใหญ่กว่าเดิม โดยเฉพาะฝีบริเวณใบหน้ารอบจมูกและรอบตา ซึ่งการบีบอันตรายเป็นพิเศษ

กรีดระบายหนองเจ็บไหม

ฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน ตัวหัตถการใช้เวลาไม่กี่นาที คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกว่าปวดลดลงชัดเจนทันทีหลังทำ เพราะแรงดันในถุงหนองถูกปลดออก ช่วงที่รู้สึกมากที่สุดคือตอนฉีดยาชา ซึ่งสั้นที่สุด

ฝีแตกเองแล้วหนองไหลออกมา ยังต้องมาพบแพทย์ไหม

ควรมา เพราะฝีที่แตกเองมักระบายออกได้ไม่หมด เหลือหนองและเนื้อตายค้างอยู่ข้างใน ทำให้อาการทุเลาชั่วคราวแล้วกลับมาบวมอีก แพทย์จะเปิดแผลให้กว้างพอและล้างให้สะอาด

ทำไมแผลหลังกรีดถึงไม่เย็บปิด

เพราะแผลที่มีการติดเชื้อต้องเปิดไว้ให้หนองระบายออกได้ต่อเนื่องและหายจากด้านในขึ้นมา การเย็บปิดทันทีจะขังเชื้อไว้และทำให้เกิดฝีซ้ำ แผลจะค่อยๆ ตื้นขึ้นและปิดเองในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ระหว่างนั้นต้องทำแผลตามนัด

เป็นฝีซ้ำที่เดิมบ่อยๆ เกิดจากอะไร

มักมีสาเหตุที่ยังไม่ได้แก้ เช่น มีถุงไขมันเดิมอยู่ตรงนั้น มีทางเชื่อมใต้ผิวหนัง หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานที่ยังคุมไม่ได้ ควรมาตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่ระบายหนองซ้ำไปเรื่อยๆ

ปรับปรุงล่าสุด