ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนัง — เมื่อไหร่ควรผ่า อักเสบทำอย่างไร

ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนังมีรูเล็กตรงกลาง อาจมีสารขาวกลิ่นเฉพาะ ไม่ใช่ก้อนไขมัน ทำไมบีบเองไม่หาย เมื่อไหร่ควรผ่า และถ้าอักเสบควรทำอย่างไร

ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนังชนิดที่พบบ่อยคือ epidermoid cyst ภายในมีเคราตินและเซลล์ผิวหนัง ไม่ใช่ไขมัน แม้คนทั่วไปมักเรียกว่า ซีสต์ไขมัน ถุงไขมัน หรือ sebaceous cyst ก็ตาม ในบทความนี้จะเรียกสั้นๆ ว่า ก้อนซีสต์ เพื่อไม่ให้สับสนกับก้อนไขมัน (lipoma)

สิ่งที่ทำให้คนไข้ต้องมาหาหมอมักไม่ใช่ตัวก้อนเอง แต่เป็น การอักเสบติดเชื้อ ที่ตามมา

ลักษณะที่บอกว่าใช่

  • ก้อนกลม ติดกับผิวหนัง — ขยับผิวหนัง ก้อนขยับตาม (ต่างจากก้อนไขมันที่กลิ้งอยู่ข้างใต้)
  • มักเห็น รูดำเล็กๆ ตรงกลาง ซึ่งคือปากท่อที่อุดตัน
  • ถ้าบีบจะมี สารสีขาวขุ่นกลิ่นเหม็น ออกมา
  • โตช้า ไม่เจ็บ ถ้ายังไม่อักเสบ
  • พบบ่อยที่ หลัง คอ ใบหน้า หนังศีรษะ ติ่งหู และลำตัว

ก้อนซีสต์แตกต่างจากก้อนไขมันอย่างไร

สองอย่างนี้ถูกสับสนกันบ่อย แต่มีตำแหน่งและลักษณะต่างกัน

ก้อนซีสต์ก้อนไขมัน (ไลโปมา)
ความสัมพันธ์กับผิวหนังติด — ขยับไปกับผิวหนังไม่ติด — กลิ้งอยู่ข้างใต้
รูตรงกลางมักมีรูดำเล็กๆไม่มี
ความรู้สึกตอนคลำค่อนข้างตึงนุ่ม ยืดหยุ่น
การอักเสบเป็นหนองเกิดได้บ่อยแทบไม่เกิด
ถ้าบีบสารขาวขุ่นกลิ่นเหม็นไม่มีอะไรออก

ภาพตัดขวางผิวหนังเปรียบเทียบก้อนไขมันไลโปมาที่เป็นก้อนไขมันสีเหลืองอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง กับซีสต์ผิวหนังที่เป็นถุงกลมตื้นกว่า มีสารเคราตินสีขาวและรูเปิดเล็กตรงกลางผิว

ภาพเปรียบเทียบ: ก้อนไขมันมักเป็นก้อนนุ่มที่อยู่ในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ขยับได้ และไม่มีรูเปิด ส่วนซีสต์ผิวหนังมักอยู่ตื้นกว่า เป็นถุงบรรจุสารเคราติน และอาจเห็นรูเปิดเล็กตรงกลาง ภาพนี้ช่วยอธิบายลักษณะทั่วไป แต่การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจจริง

ความต่างที่สำคัญในทางปฏิบัติคือ ก้อนซีสต์อาจอักเสบเป็นหนองได้ ส่วนก้อนไขมันไม่ค่อยอักเสบและมักเฝ้าดูได้หากไม่มีอาการ

ทำไมบีบเองแล้วไม่หาย

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของโรคนี้

สิ่งที่บีบออกมาคือ สารที่อยู่ข้างในถุง แต่ ตัวถุงยังอยู่ใต้ผิวหนัง ผนังถุงนั้นยัง ทำงานต่อและสร้างสารขึ้นมาใหม่ ก้อนจึงกลับมาเสมอ — บางคนบีบซ้ำอยู่หลายปี

ที่แย่กว่านั้นคือ การบีบแรงๆ ทำให้ ถุงแตกในเนื้อเยื่อ สารข้างในรั่วออกมาทำให้เกิดการอักเสบ และติดเชื้อ ก้อนที่เคยเงียบๆ จึงกลายเป็นก้อนบวมแดงเจ็บภายในไม่กี่วัน

ถ้าจะกำจัดจริง ต้องเอาถุงออกทั้งถุง ไม่ใช่แค่เอาสารข้างในออก

เมื่อไหร่ควรผ่าออก

มักไม่ต้องรีบผ่า

  • ก้อนเล็ก ไม่เจ็บ ไม่โต
  • ไม่เคยอักเสบมาก่อน
  • อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกเสียดสีหรือกดทับ

ควรพิจารณาผ่าออก

  • โตขึ้นเรื่อยๆ
  • เคยอักเสบเป็นหนองมาแล้ว — ถุงที่เคยอักเสบมีแนวโน้มอักเสบซ้ำ
  • อยู่ในตำแหน่งที่ ถูกเสียดสีหรือกดทับ เช่น แนวสายเสื้อชั้นใน เข็มขัด สายกระเป๋า ต้นคอที่ถูกปกเสื้อครูด
  • ขนาดใหญ่จนรบกวนการใช้ชีวิตหรือทำให้ไม่มั่นใจ
  • ลักษณะไม่ทั่วไปจนควรส่งชิ้นเนื้อตรวจ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการผ่าคือตอนที่ก้อนสงบ ไม่อักเสบ เพราะเนื้อเยื่อยังมีขอบเขตชัด เลาะถุงออกได้ครบ แผลเล็กและสวยกว่า

ถ้าอักเสบเป็นหนองแล้วทำอย่างไร

เมื่อก้อนซีสต์อักเสบหรือติดเชื้อ ก้อนจะ บวม แดง ร้อน และเจ็บมาก ภายในไม่กี่วัน อาจมีไข้ร่วมด้วย

ขั้นตอนการรักษาในช่วงนี้คือ

  1. กรีดระบายหนองออกก่อน — ฉีดยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาไม่นาน และปวดลดลงชัดเจนทันทีหลังทำ หลักการเดียวกับฝีทั่วไป คือหนองที่ขังอยู่ต้องระบาย ยาปฏิชีวนะอย่างเดียวเข้าไปไม่ถึง
  2. ใส่ผ้าก๊อซระบายหนอง (gauze drain) ไว้ในโพรงแผล เพื่อให้แผลยังเปิดระบายได้และไม่ปิดทับหนองที่อาจเหลืออยู่
  3. ทำแผลและเปลี่ยนผ้าก๊อซระบายหนองทุกวัน จนแพทย์ประเมินว่าไม่ต้องใส่ต่อ ระหว่างนี้ห้ามให้แผลโดนน้ำ และไม่ควรดึงหรือเปลี่ยนผ้าก๊อซเอง เพราะต้องนำผ้าก๊อซเดิมออก ตรวจโพรงแผล ทำความสะอาด และใส่ผ้าก๊อซชิ้นใหม่โดยบุคลากรของสถานพยาบาล สามารถไปทำแผลที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่คลินิกเดิมทุกวัน ดู การทำแผลและตัดไหม
  4. ค่อยนัดผ่าเอาถุงออกภายหลัง ถ้ายังจำเป็น

เหตุผลที่ไม่เลาะออกทั้งถุงตอนที่กำลังอักเสบ คือเนื้อเยื่อบวมจนขอบเขตของถุงไม่ชัด เลาะยาก และมีโอกาสเหลือเศษผนังถุงไว้ ซึ่งทำให้กลับเป็นซ้ำ

นี่เป็นสองขั้นตอนตามปกติของโรค ไม่ใช่การรักษาที่ไม่สำเร็จหรือการนัดซ้ำโดยไม่จำเป็น

ดูแลตัวเองอย่างไร

  • ไม่บีบ ไม่แกะ ไม่เจาะเอง ด้วยเข็มที่บ้าน
  • รักษาความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นตามปกติ
  • ถ้าเริ่มบวมแดงเจ็บ ให้มาพบแพทย์แต่เนิ่นๆ ประคบอุ่นได้แต่ไม่ใช่การรักษาแทนการระบายหนอง
  • เลี่ยงเสื้อผ้าหรือสายกระเป๋าที่ครูดตรงตำแหน่งก้อน

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

  • บวม แดง ร้อน เจ็บมาก โดยเฉพาะถ้ามีไข้ — ควรมาระบายหนอง ไม่ควรรอ
  • อาการบวมลามกว้างขึ้นเร็ว
  • เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกินยากดภูมิ — ควรมาเร็วกว่าปกติ
  • ก้อนโตเร็วผิดปกติ แข็งขึ้น หรือติดแน่นกับเนื้อข้างใต้
  • มีแผลที่ผิวก้อนซึ่งไม่หาย หรือมีเลือดออกเอง
  • ก้อนกลับมาซ้ำที่เดิมหลังเคยผ่าไปแล้ว

ก้อนซีสต์เป็นก้อนที่จัดการง่ายเมื่อทำถูกจังหวะ — ตอนที่ยังสงบ มักผ่าเอาถุงออกได้ครบ ส่วนตอนที่อักเสบแล้ว ระบายหนองก่อนคือทางที่เจ็บน้อยที่สุดและหายเร็วที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ก้อนซีสต์อันตรายไหม กลายเป็นมะเร็งไหม

ก้อนซีสต์ใต้ผิวหนังเป็นก้อนชนิดไม่ร้าย ไม่ใช่มะเร็ง และโอกาสพบมะเร็งในก้อนลักษณะนี้ต่ำมาก ปัญหาที่พบจริงคือการอักเสบซ้ำๆ และความรำคาญจากตำแหน่งที่ถูกเสียดสี ไม่ใช่ความเสี่ยงมะเร็ง

บีบเองได้ไหม ทำไมบีบแล้วกลับมาอีก

ไม่ควรบีบ เพราะสิ่งที่บีบออกมาคือสารข้างในถุง แต่ตัวถุงยังอยู่ใต้ผิวหนัง ถุงจึงสร้างสารขึ้นมาใหม่และก้อนกลับมาเสมอ ที่แย่กว่านั้นคือการบีบทำให้ถุงแตกในเนื้อเยื่อ เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมาได้

ต้องผ่าออกทุกก้อนไหม

ไม่ต้อง ก้อนซีสต์ขนาดเล็กที่ไม่เจ็บ ไม่โต และไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเสียดสี ปล่อยไว้และเฝ้าดูได้ การผ่าพิจารณาเมื่อโตขึ้น เจ็บ เคยอักเสบมาแล้ว หรืออยู่ในตำแหน่งที่ถูกกดทับจนรบกวนชีวิตประจำวัน

ตอนที่ก้อนกำลังบวมแดงเป็นหนอง ผ่าออกทั้งถุงเลยได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ทำในตอนนั้น เพราะเนื้อเยื่อกำลังอักเสบ ขอบเขตของถุงไม่ชัด การเลาะออกทั้งถุงจึงทำได้ยากและมีโอกาสเหลือเศษถุงไว้ ขั้นตอนปกติคือกรีดระบายหนองก่อนเพื่อให้หายอักเสบ แล้วค่อยนัดผ่าเอาถุงออกภายหลังถ้ายังจำเป็น

หลังกรีดระบายหนอง ทำแผลเองที่บ้านได้ไหม

หากแพทย์ใส่ผ้าก๊อซระบายหนองไว้ในโพรงแผล จะต้องเปลี่ยนผ้าก๊อซและทำแผลทุกวันโดยบุคลากรของสถานพยาบาล ไม่ควรดึงหรือเปลี่ยนเอง และต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ สามารถไปทำแผลที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่คลินิกที่กรีดแผลทุกวัน

ผ่าออกแล้วจะกลับเป็นซ้ำไหม

ถ้าเลาะถุงออกได้ครบทั้งถุง โอกาสกลับเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมต่ำ การกลับเป็นซ้ำมักเกิดจากมีเศษผนังถุงเหลืออยู่ ซึ่งพบได้บ่อยกว่าในรายที่เคยอักเสบรุนแรงมาก่อน เพราะเนื้อเยื่อมีพังผืดทำให้เลาะยาก

ปรับปรุงล่าสุด