ฝีรอบทวารและฝีคัณฑสูตร (perianal abscess / anal fistula) — บวม ปวด เป็นหนอง
ฝีรอบทวารทำให้บวม ปวด และอาจมีไข้ ต้องระบายหนอง คลินิกรักษาได้เฉพาะฝีขนาดเล็กและอยู่ตื้น ส่วนฝีลึก ฝีใหญ่ และฝีคัณฑสูตรต้องส่งต่อ
สองภาวะนี้เป็นเรื่องเดียวกันคนละช่วงเวลา — ฝีรอบทวารคือช่วงเฉียบพลัน ที่มีถุงหนอง ส่วน ฝีคัณฑสูตรคือสิ่งที่บางครั้งเหลือทิ้งไว้ หลังฝีหายหรือแตกไปแล้ว
ต่างจากโรคอื่นในบริเวณนี้ตรงที่ ฝีรอบทวารไม่ใช่ภาวะที่ควรรอดูอาการ ยิ่งรอ หนองยิ่งสะสม เจ็บมากขึ้น และมีโอกาสลุกลาม

ภาพเปรียบเทียบ: ฝีรอบทวารเป็นถุงหนองในเนื้อเยื่อข้างช่องทวาร ส่วนฝีคัณฑสูตรเป็นทางเชื่อมที่อาจเหลือจากภายในออกสู่รูเปิดบนผิวหนังหลังฝีระยะเฉียบพลัน
ฝีรอบทวาร (perianal abscess)
เกิดจากอะไร
ในทวารหนักมีต่อมเล็กๆ อยู่ เมื่อต่อมเหล่านี้อุดตันและติดเชื้อ หนองจะสะสมและเซาะออกมาที่ เนื้อเยื่อข้างทวารหนัก กลายเป็นถุงหนอง
อาการ
- บวม แดง ร้อน กดเจ็บมาก ที่ผิวหนังข้างทวารหนัก
- ปวดตุบๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่ปวดเฉพาะตอนถ่าย — จุดนี้แยกจากแผลปริได้ดี
- อาการปวดมักแย่ลงเรื่อยๆ ในเวลาไม่กี่วัน
- อาจมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย
- นั่งลำบาก
การรักษา — ต้องกรีดระบายหนอง
ยาปฏิชีวนะอย่างเดียวไม่ทำให้ฝีหาย เพราะยาเข้าไปในถุงหนองไม่ถึง การรักษาหลักคือการ กรีดระบายหนอง (incision and drainage) — หลักการเดียวกับ ฝีทั่วไป คือหนองที่ขังอยู่ต้องระบาย
- แพทย์ต้องตรวจก่อนว่าฝีมีขนาดเท่าใด อยู่ตื้นหรือลึก และลามเข้าไปบริเวณใด
- คลินิกกรีดระบายได้เฉพาะฝีขนาดเล็กและอยู่ตื้นเท่านั้น เมื่อแพทย์ประเมินว่าสามารถทำด้วย ยาชาเฉพาะที่ได้อย่างปลอดภัย
- ถ้าฝีมีขนาดใหญ่ อยู่ลึก ลุกลาม หรือต้องใช้การระงับความรู้สึกและการดูแลที่มากกว่า คลินิกจะส่งต่อโรงพยาบาล ไม่ฝืนทำที่คลินิก
- หลังระบายหนองต้องทำแผลต่อเนื่องจนแผลปิดจากด้านใน
- ยาปฏิชีวนะใช้เสริมในบางกรณี เช่น มีการอักเสบลามรอบข้าง เป็นเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
อย่าบีบเอง การบีบไม่ได้ระบายหนองจริง แต่ดันเชื้อเข้าเนื้อเยื่อรอบข้าง เจ็บมาก และอาจทำให้การอักเสบลุกลาม
ฝีคัณฑสูตร (anal fistula)
เกิดจากอะไร
หลังฝีรอบทวารหายหรือแตกไปแล้ว บางรายจะเหลือ ทางเชื่อมผิดปกติ ระหว่างภายในทวารหนักกับ ผิวหนังด้านนอกไว้ ประมาณหนึ่งในสามของคนที่เคยเป็นฝีจะเกิดภาวะนี้
นี่คือผลตามมาที่พบได้ตามธรรมชาติของโรค ไม่ใช่สัญญาณว่าการรักษาครั้งก่อนผิดพลาด
อาการ
- รูเล็กๆ ที่ผิวหนังข้างทวารหนัก มีหนองหรือน้ำเหลืองซึมออกมา
- ซึมเป็นๆ หายๆ ไม่หายขาดสักที — เดี๋ยวดูเหมือนแห้ง เดี๋ยวกลับมาซึมใหม่
- เปื้อนกางเกงใน คัน หรือระคายเคืองรอบๆ
- บางครั้งบวมและปวดขึ้นมาอีกรอบ เมื่อทางเชื่อมอุดตันจนเกิดฝีซ้ำ
การรักษา — ต้องผ่าตัด
ฝีคัณฑสูตร ไม่หายเอง เพราะทางเชื่อมมีเยื่อบุอยู่ภายในจึงไม่ปิดสนิท การรักษาที่ได้ผลคือ การผ่าตัด ซึ่งมีหลายเทคนิคขึ้นกับว่าทางเชื่อมนั้นผ่านกล้ามเนื้อหูรูดมากน้อยแค่ไหน
แพทย์จะตรวจเพื่อประเมินแนวทางเชื่อมก่อนวางแผนผ่าตัด เป้าหมายคือกำจัดทางเชื่อมโดย รักษาการทำงานของหูรูดไว้ให้มากที่สุด
คลินิกไม่ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร เพราะต้องประเมินแนวทางเชื่อมและความสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อหูรูด อย่างละเอียด หากตรวจแล้วสงสัยหรือยืนยันว่าเป็นฝีคัณฑสูตร แพทย์จะอธิบายโรคและ ส่งต่อให้ผ่าตัดในโรงพยาบาล
แยกจากโรคอื่นในบริเวณเดียวกัน
| ฝีรอบทวาร | หัวริดสีดวงอุดตัน | แผลปริขอบทวาร | |
|---|---|---|---|
| ลักษณะปวด | ตุบๆ ตลอดเวลา แย่ลงเรื่อยๆ | ปวดมากทันที แล้วค่อยดีขึ้น | เจ็บแสบตอนและหลังถ่าย |
| ไข้ | มีได้ | ไม่มี | ไม่มี |
| ก้อน | บวมแดงร้อน ขอบไม่ชัด | ก้อนแข็งสีคล้ำ ขอบชัด | ไม่มีก้อน |
| หนอง | มี | ไม่มี | ไม่มี |
รายละเอียดของหัวริดสีดวงอุดตันอยู่ที่ หัวริดสีดวงอุดตัน และแผลปริอยู่ที่ แผลปริขอบทวาร
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์
ฝีรอบทวารควรมาตรวจทันทีที่สงสัย ไม่ต้องรอดูอาการ โดยเฉพาะเมื่อมี
- บวม แดง ร้อน กดเจ็บมากข้างทวารหนัก
- มีไข้ หนาวสั่น
- อาการบวมลามกว้างขึ้นเร็ว หรือผิวหนังเปลี่ยนสีคล้ำ
- ปวดรุนแรงจนนั่งหรือเดินไม่ได้
- เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกินยากดภูมิ — ควรมาทันที การติดเชื้อลุกลามได้เร็วกว่าปกติ
- มีรูที่ผิวหนังข้างทวารซึ่งมีหนองซึมไม่หาย
ฝีรอบทวารเป็นหนึ่งในไม่กี่โรคของบริเวณนี้ที่เรื่องเวลาสำคัญจริงๆ ไม่ใช่เพราะน่ากลัว แต่เพราะการระบายหนองเร็วทำให้เจ็บน้อยลงทันที และลดโอกาสที่จะลุกลามต่อ
แต่ละโรคอาการทับซ้อนกันได้ อาการอย่างเดียวแยกโรคให้ขาดไม่ได้ ต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ จึงจะวินิจฉัยได้ตรงที่สุด ไม่แนะนำให้วินิจฉัยเองและซื้อยากินเอง เพราะแต่ละโรครักษาคนละแนวทาง ถ้าเข้าใจผิดแล้วรักษาไปตามความเชื่อเดิม อาการอาจไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงได้
อ่านตารางเทียบอาการและรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ โรคบริเวณทวารหนัก: แผลปริ ฝี ฝีคัณฑสูตร และติ่งเนื้อ
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
ฝีรอบทวารกินยาปฏิชีวนะอย่างเดียวหายไหม
ไม่หาย ฝีคือถุงหนองที่ยาเข้าไปไม่ถึง การรักษาหลักคือการกรีดระบายหนองออก ยาปฏิชีวนะเป็นตัวช่วยเสริมในบางกรณี เช่น มีการอักเสบลามรอบข้าง เป็นเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ การรอกินยาอย่างเดียวมักทำให้ฝีโตขึ้นและเจ็บมากขึ้น
บีบเองได้ไหม
ไม่ควร การบีบทำให้เชื้อกระจายเข้าเนื้อเยื่อรอบข้าง เจ็บมากโดยไม่ได้ระบายหนองจริง และอาจทำให้การอักเสบลุกลาม ควรให้แพทย์ตรวจก่อนว่าฝีอยู่ตื้นหรืออยู่ลึกและควรระบายหนองที่ใด
กรีดระบายหนองแล้วทำไมยังมีรูที่ซึมอยู่
ประมาณหนึ่งในสามของคนที่เคยเป็นฝีรอบทวารจะเหลือทางเชื่อมผิดปกติไว้ เรียกว่าฝีคัณฑสูตร ซึ่งเป็นผลตามมาที่พบได้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของการรักษา ฝีคัณฑสูตรต้องรักษาด้วยการผ่าตัดแยกต่างหาก
ฝีคัณฑสูตรหายเองได้ไหม
โดยทั่วไปไม่หายเอง เพราะเป็นทางเชื่อมที่ปิดไม่สนิทและมีหนองซึมเป็นระยะ การรักษาหลักคือการผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาล คลินิกตรวจประเมินเบื้องต้นและส่งต่อ แต่ไม่ผ่าตัดฝีคัณฑสูตรที่คลินิก
ฝีรอบทวารผ่าที่คลินิกได้ทุกก้อนไหม
ไม่ได้ คลินิกกรีดระบายได้เฉพาะฝีที่มีขนาดเล็ก อยู่ตื้น และแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถทำด้วยยาชาเฉพาะที่ได้อย่างปลอดภัย หากฝีมีขนาดใหญ่ อยู่ลึก ลุกลาม หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น แพทย์จะส่งต่อโรงพยาบาล
เป็นเบาหวานแล้วมีอาการบวมที่ทวาร ต้องระวังเป็นพิเศษไหม
ใช่ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกินยากดภูมิ มีโอกาสที่การติดเชื้อจะลุกลามเร็วและรุนแรงกว่าคนทั่วไป กลุ่มนี้ควรมาพบแพทย์ทันทีที่เริ่มมีอาการ ไม่ควรรอดูอาการเอง
ปรับปรุงล่าสุด