อาการนิ่วในถุงน้ำดี — ปวดแบบไหนที่ต้องรีบ

อาการนิ่วในถุงน้ำดีที่จำเพาะคือปวดคงที่ใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่นาน 30 นาทีถึงหลายชั่วโมง แต่หลายคนไม่มีอาการ — พร้อมสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล

อาการนิ่วในถุงน้ำดีมีตั้งแต่ไม่มีอาการเลยไปจนถึงปวดรุนแรง และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคกระเพาะ เพราะตำแหน่งที่ปวดอยู่ใกล้กันมาก

อาการปวดจากนิ่ว (biliary colic)

นี่คืออาการที่เป็นลักษณะเฉพาะที่สุด

  • ตำแหน่ง — ใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่
  • ลักษณะ — อาการเพิ่มขึ้นจนปวดคงที่ ไม่ได้ปวดบิดขึ้นลงเป็นระลอก แม้ชื่อจะมีคำว่า colic
  • ร้าวไป — หลังหรือบริเวณใต้สะบักขวา
  • ระยะเวลา — แต่ละครั้งนานอย่างน้อย 30 นาที โดยมากไม่เกินประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วค่อยทุเลา
  • อาการร่วม — อาจคลื่นไส้หรืออาเจียน แต่ระหว่างครั้งมักรู้สึกเป็นปกติ
  • ตัวกระตุ้น — อาจเกิดหลังมื้อใหญ่ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารมัน และอาจเกิดเวลาอื่นได้

คำว่า “เป็นพักๆ” หมายถึงมีช่วงที่ปวดสลับกับช่วงที่ไม่ปวด ไม่ได้หมายความว่าในครั้งหนึ่งจะ ปวดบิดเป็นระลอก หากปวดนานเกินประมาณ 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ หนาวสั่น ตัวเหลือง หรือกดเจ็บมาก ต้องระวังถุงน้ำดีอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น

หลายคนไม่มีอาการเลย

ต้องพูดซ้ำเพราะสำคัญ — คนจำนวนมากที่มีนิ่วในถุงน้ำดีไม่มีอาการ และรู้ว่ามีนิ่วจากการ ตรวจสุขภาพหรืออัลตราซาวด์ด้วยเหตุอื่น

การมีนิ่วโดยไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าต้องรีบผ่า อ่านต่อที่ นิ่วที่ไม่มีอาการ ต้องผ่าไหม

อาการที่มักสับสนกับโรคอื่น

ตำแหน่งของถุงน้ำดีอยู่ใกล้กระเพาะและลิ้นปี่ อาการจึงทับซ้อนกับโรคอื่นได้

อาการเข้าได้กับ
ปวดคงที่ใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ 30 นาทีถึงหลายชั่วโมง อาจร้าวใต้สะบักขวาอาการปวดจากนิ่ว
แสบร้อนกลางอก จุกตอนท้องว่างหรือนอนราบกระเพาะ / กรดไหลย้อน
ปวดบิดรอบสะดือแล้วย้ายมาขวาล่างไส้ติ่ง

ท้องอืด แน่นท้อง เรอ หรืออาหารไม่ย่อยเป็นอาการที่พบได้จากหลายสาเหตุ จึงใช้ยืนยันว่าเกิดจาก นิ่วไม่ได้ การตรวจอัลตราซาวด์ช่วยบอกว่ามีนิ่วหรือไม่ แต่แพทย์ยังต้องดูว่าลักษณะการปวดสัมพันธ์ กับนิ่วจริงหรือเป็นโรคอื่น เพราะบางคนมีนิ่วโดยไม่มีอาการ

บทบาทของคลินิก — แพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อประเมินว่าอาการเข้าได้กับนิ่วหรือ สาเหตุอื่น และ ส่งตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยัน ถ้าพบว่าต้องผ่าตัด จะส่งต่อไปโรงพยาบาล ที่ทำการผ่าตัดถุงน้ำดีได้

เมื่อไหร่ต้องไปทันที

สัญญาณของภาวะแทรกซ้อน — ไปห้องฉุกเฉินทันที

  • ปวดต่อเนื่องไม่ทุเลา นานเกินหลายชั่วโมง ร่วมกับ มีไข้ กดเจ็บมาก (ถุงน้ำดีอักเสบ)
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม (นิ่วตกท่อน้ำดี)
  • ปวดท้องรุนแรงร้าวทะลุหลัง อาเจียนไม่หยุด (ตับอ่อนอักเสบ)
  • ไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับตัวเหลืองและปวดท้อง (ท่อน้ำดีอักเสบติดเชื้อ — ฉุกเฉิน)

ควรมาตรวจ (ไม่ฉุกเฉิน)

  • เคยปวดคงที่ใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่อย่างน้อย 30 นาทีแล้วทุเลา แม้ตอนนี้หายปวดแล้ว
  • ตรวจเจอนิ่วโดยบังเอิญและอยากปรึกษา

ถ้าอาการเข้าได้กับนิ่วแต่ยังไม่มีสัญญาณฉุกเฉิน การมาตรวจในเวลาทำการเพื่อยืนยันด้วย อัลตราซาวด์และวางแผนต่อเป็นขั้นตอนที่เหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

นิ่วในถุงน้ำดีปวดตรงไหน

อาการปวดจากนิ่วมักอยู่ใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ อาจร้าวไปหลังหรือใต้สะบักขวา ในการปวดแต่ละครั้งอาการจะเพิ่มขึ้นแล้วปวดคงที่ ไม่ได้บิดขึ้นลงเป็นระลอก มักนานอย่างน้อย 30 นาทีถึงไม่เกินประมาณ 6 ชั่วโมงแล้วทุเลา

มีนิ่วแต่ไม่ปวดเลย ปกติไหม

ปกติและพบบ่อยมาก คนจำนวนมากที่มีนิ่วในถุงน้ำดีไม่มีอาการ และตรวจเจอโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ นิ่วที่ไม่มีอาการส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่า เพียงสังเกตอาการและมาตรวจถ้าเริ่มมีอาการ

ปวดท้องหลังกินข้าวทุกครั้ง ใช่นิ่วไหม

บอกไม่ได้จากอาการนี้อย่างเดียว มื้อใหญ่อาจกระตุ้นอาการปวดจากนิ่วได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารมันและอาการอาจเกิดเวลาอื่น อาการท้องอืด แน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อยเพียงอย่างเดียวไม่จำเพาะต่อนิ่ว แพทย์ต้องพิจารณาลักษณะการปวดร่วมกับการตรวจและอัลตราซาวด์

อาการนิ่วกับโรคกระเพาะแยกกันอย่างไร

แยกด้วยตัวเองไม่ได้เสมอไป อาการปวดจากนิ่วมักปวดคงที่ใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่นานอย่างน้อย 30 นาที อาจร้าวไปหลังหรือใต้สะบักขวา และมักไม่ดีขึ้นจากการถ่าย เปลี่ยนท่า หรือกินยาลดกรด ส่วนอาการแสบร้อนกลางอก เรอ หรือปวดสัมพันธ์กับท่าทางอาจมาจากสาเหตุอื่น ต้องตรวจเพื่อยืนยัน

อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ปวดต่อเนื่องไม่ทุเลานานหลายชั่วโมงร่วมกับมีไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อาเจียนไม่หยุด หรือปวดท้องรุนแรงร้าวทะลุหลัง เป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

ปรับปรุงล่าสุด