หูดที่ทวาร (anal wart) — สาเหตุจาก HPV และการรักษา
ตุ่มเล็กๆ ผิวขรุขระรอบทวารหนักที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวน คือหูดจากเชื้อ HPV — ติดต่ออย่างไร รักษาด้วยวิธีไหน ทำไมถึงกลับเป็นซ้ำได้ และการป้องกันด้วยวัคซีน
หูดที่ทวารหนัก (anal wart หรือหูดหงอนไก่) เกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) เป็นโรคที่พบบ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด และรักษาได้
เราเขียนหน้านี้อย่างชัดเจนโดยไม่ตัดสินใคร เพราะความอายเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไข้ ปล่อยไว้จนหูดลามกว้างและรักษายากขึ้น
ลักษณะของหูด
- ตุ่มเล็กๆ ผิวขรุขระ คล้ายหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำ
- สีเดียวกับผิวหนัง สีชมพู หรือสีคล้ำกว่าผิวรอบๆ
- มัก มีหลายตุ่มและค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น — จุดนี้แยกจากติ่งเนื้อได้ดี
- ส่วนใหญ่ ไม่เจ็บ แต่อาจคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกเล็กน้อยเวลาเสียดสี
- อาจอยู่รอบทวารหนักด้านนอก และ/หรือภายในช่องทวารหนัก
ถ้าไม่แน่ใจว่าที่คลำได้เป็นหูดหรือติ่งเนื้อธรรมดา เทียบได้ที่ ติ่งเนื้อที่ทวาร
หูดที่มือและเท้าเกิดจากเชื้อ HPV เหมือนกันแต่เป็นคนละสายพันธุ์และไม่ได้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ — ดูที่ หูด (wart)
ติดต่อได้อย่างไร
เชื้อ HPV ติดต่อผ่าน การสัมผัสผิวหนังกับผิวหนัง บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ส่วนใหญ่ จากการมีเพศสัมพันธ์
สองข้อที่มักเข้าใจผิด
- ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ก็เกิดหูดที่ทวารได้ เพราะเชื้อลามจากบริเวณ ใกล้เคียงได้
- ถุงยางอนามัยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่ได้ป้องกันทั้งหมด เพราะไม่ได้คลุมทุกบริเวณที่สัมผัสกัน
เรื่องเวลา — สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะโทษใคร
เชื้อ HPV อยู่ในร่างกายได้ นานหลายเดือนถึงหลายปีโดยไม่มีอาการ ก่อนที่หูดจะปรากฏออกมา
แปลว่า ช่วงเวลาที่หูดขึ้นบอกไม่ได้เลยว่าติดมาเมื่อไหร่ หรือจากใคร ข้อนี้สำคัญ เพราะเป็น สาเหตุของความเข้าใจผิดในคู่รักที่พบได้บ่อยและไม่จำเป็น
การรักษา
การรักษาคือการ กำจัดตัวหูดที่มองเห็น วิธีหลักของหูดบริเวณทวารหนักคือ การจี้ไฟฟ้า (electrocautery) ใช้ได้ทั้งหูดด้านนอกและหูดในช่องทวารหนัก
วิธีระงับความรู้สึกขึ้นกับจำนวนและขอบเขตของหูด
- หูดไม่กี่ตุ่มและอยู่ด้านนอก — ใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย
- หูดจำนวนมาก ลามกว้าง หรืออยู่ในช่องทวารหนัก — ต้อง วางยาสลบหรือบล็อกหลัง และทำในห้องผ่าตัด เพราะบริเวณนี้ไวต่อความเจ็บมาก ยาชาเฉพาะที่ไม่พอ และการจี้ต้องทำให้ทั่ว ในครั้งเดียวโดยที่คนไข้ไม่ขยับ
ถ้าหูดลามกว้าง อาจต้องจี้มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเว้นระยะให้แผลหายก่อน
ยาทาลอกหูดที่ซื้อเองห้ามใช้กับบริเวณนี้ ยากลุ่มที่ใช้กับหูดที่มือและเท้ามีฤทธิ์เป็นพิษ ต่อเนื้อเยื่อและดูดซึมเข้าร่างกายได้ ผิวหนังรอบทวารหนักบาง ชื้น และเสียดสีตลอดเวลา จึงเกิดแผลไหม้และแผลที่หายยากได้ง่าย ส่วนหูดที่อยู่ ภายในช่องทวารหนัก ทายาไม่ถึง และอันตรายกว่าเดิม
ที่คลินิกเราตรวจ แยกโรคจากติ่งเนื้อและก้อนอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน อธิบายแนวทางการรักษา และ ส่งต่อเพื่อจี้ไฟฟ้า กับสถานพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์พร้อม เพราะการรักษา ที่ถูกวิธีตั้งแต่ครั้งแรกช่วยลดแผลและลดการลามของเชื้อ
นี่เป็นเหตุผลที่เราย้ำเรื่องการมาตรวจแต่เนิ่นๆ — หูดไม่กี่ตุ่มจบได้ด้วยยาชาเฉพาะที่ แต่ถ้าปล่อยจนลามทั้งรอบทวาร กลายเป็นการผ่าตัดที่ต้องวางยาสลบ
เรื่องการกลับเป็นซ้ำ
หูดมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้พอสมควร และเราอยากให้รู้ล่วงหน้า เพราะคนไข้จำนวนมากรู้สึกว่า ตัวเองล้มเหลวเมื่อหูดกลับมา
เหตุผลคือการรักษากำจัด ตัวหูด ที่มองเห็นได้ แต่ เชื้อไวรัสอาจยังอยู่ในผิวหนัง บริเวณนั้น เมื่อร่างกายจัดการเชื้อได้เอง — ซึ่งเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ — การกลับเป็นซ้ำก็จะ ค่อยๆ ลดลงและหยุดไป
การกลับเป็นซ้ำจึงเป็น ธรรมชาติของโรค ไม่ใช่ความล้มเหลวของการรักษา และไม่ได้แปลว่า ต้องรักษาแบบเดิมไปตลอดชีวิต
การป้องกัน
- วัคซีน HPV ป้องกันสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด และสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง ได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ แต่ผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วก็ยังได้ประโยชน์ จากการป้องกันสายพันธุ์อื่น
- ใช้ถุงยางอนามัย — ลดความเสี่ยงได้แม้จะไม่ทั้งหมด
- แนะนำให้คู่ของคุณมาตรวจด้วย เพราะหลายคนมีเชื้อโดยไม่มีอาการ
- ไม่แกะ เกา หรือตัดหูดเอง เพราะทำให้เชื้อกระจายไปบริเวณข้างเคียง
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- ตุ่มที่ทวารหนัก เพิ่มจำนวนหรือโตขึ้นเรื่อยๆ
- มีเลือดออก มีแผลที่ไม่หาย หรือมีก้อนแข็งผิดปกติ
- เจ็บ มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อ HIV หรือกินยากดภูมิ — ควรได้รับการตรวจและติดตามใกล้ชิดกว่าปกติ
- ไม่แน่ใจว่าตุ่มที่เห็นคือหูดหรืออย่างอื่น
หูดที่ทวารหนักไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย และไม่ใช่โรคที่ต้องปล่อยทิ้งไว้ ยิ่งมาตรวจตอนที่ยังมี ไม่กี่ตุ่ม การรักษายิ่งง่ายและใช้เวลาน้อยกว่ามาก
แต่ละโรคอาการทับซ้อนกันได้ อาการอย่างเดียวแยกโรคให้ขาดไม่ได้ ต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ จึงจะวินิจฉัยได้ตรงที่สุด ไม่แนะนำให้วินิจฉัยเองและซื้อยากินเอง เพราะแต่ละโรครักษาคนละแนวทาง ถ้าเข้าใจผิดแล้วรักษาไปตามความเชื่อเดิม อาการอาจไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงได้
อ่านตารางเทียบอาการและรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ โรคบริเวณทวารหนัก: แผลปริ ฝี ฝีคัณฑสูตร และติ่งเนื้อ
คำถามที่พบบ่อย
กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ
หูดที่ทวารติดต่อทางไหน
เชื้อ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังกับผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ส่วนใหญ่จากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักก็เกิดหูดที่ทวารได้ และถุงยางอนามัยลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้ป้องกันทั้งหมด เพราะไม่ได้คลุมทุกบริเวณที่สัมผัสกัน
เป็นหูดแปลว่าคู่ของเรานอกใจหรือเปล่า
ไม่ได้แปลอย่างนั้น เชื้อ HPV อยู่ในร่างกายได้นานหลายเดือนถึงหลายปีโดยไม่มีอาการก่อนที่หูดจะปรากฏ ระยะเวลาที่หูดขึ้นจึงบอกไม่ได้ว่าติดมาเมื่อไหร่หรือจากใคร
รักษาหูดที่ทวารต้องวางยาสลบไหม
ขึ้นกับจำนวนและตำแหน่ง ถ้ามีไม่กี่ตุ่มและอยู่ด้านนอก จี้ไฟฟ้าด้วยยาชาเฉพาะที่ได้ แต่ถ้ามีจำนวนมาก ลามกว้าง หรืออยู่ในช่องทวารหนัก ต้องวางยาสลบหรือบล็อกหลังและทำในห้องผ่าตัด เพราะบริเวณนี้ไวต่อความเจ็บมากและต้องจี้ให้ทั่วในครั้งเดียว การมาตรวจตั้งแต่ยังมีไม่กี่ตุ่มจึงต่างกันมาก
รักษาแล้วจะกลับเป็นซ้ำไหม
มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้พอสมควร เพราะการรักษากำจัดตัวหูดที่มองเห็น แต่เชื้อไวรัสอาจยังอยู่ในผิวหนังบริเวณนั้น การกลับเป็นซ้ำเป็นธรรมชาติของโรค ไม่ใช่ความล้มเหลวของการรักษา และมักน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อภูมิคุ้มกันจัดการเชื้อได้
หูดที่ทวารกลายเป็นมะเร็งไหม
หูดหงอนไก่ที่พบบ่อยเกิดจาก HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็ง แต่คนคนหนึ่งติดเชื้อได้หลายสายพันธุ์พร้อมกัน จึงควรได้รับการตรวจและติดตามตามที่แพทย์แนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
ฉีดวัคซีน HPV ตอนที่เป็นหูดแล้วมีประโยชน์ไหม
วัคซีนไม่ได้รักษาหูดที่มีอยู่แล้ว แต่ยังช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่ได้ติด รวมถึงสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง จึงยังมีประโยชน์ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ปรับปรุงล่าสุด