ติ่งเนื้อที่ทวาร (anal skin tag) — ต้องตัดออกไหม

คลำได้ติ่งเนื้อนุ่มๆ ที่ขอบทวารหนัก ไม่เจ็บ ไม่โต — ส่วนใหญ่คือติ่งเนื้อที่เหลือจากริดสีดวงหรือแผลปริ ไม่อันตรายและมักไม่ต้องตัด แต่มีบางลักษณะที่ควรให้แพทย์ดู

หลายคนคลำเจอติ่งเนื้อที่ทวารหนัก (anal skin tag) โดยบังเอิญตอนอาบน้ำหรือทำความสะอาด แล้วเกิดความกังวลว่าเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า

ติ่งเนื้อข้างทวารคืออะไร

เป็นเนื้อเยื่อผิวหนังธรรมดา ไม่ใช่เนื้องอก ไม่ใช่มะเร็ง และไม่กลายเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่เป็น สิ่งที่เหลือทิ้งไว้จากเหตุการณ์ในอดีต

  • จากริดสีดวงภายนอกที่เคยบวมแล้วยุบ — ผิวหนังที่เคยถูกยืดออกไม่หดกลับเท่าเดิม พบบ่อยที่สุดหลัง หัวริดสีดวงอุดตัน
  • จากแผลปริขอบทวารที่หายแล้ว — เรียกว่า sentinel tag อยู่ที่ปลายแผลเดิม
  • หลังการตั้งครรภ์และคลอดบุตร
  • บางคนมีมาตั้งแต่จำความได้โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

ลักษณะของติ่งเนื้อทั่วไป

  • นุ่ม ผิวเรียบ สีเดียวกับผิวหนังรอบๆ
  • ไม่เจ็บ เว้นแต่ถูกเสียดสีหรืออักเสบ
  • ขนาดคงที่ อยู่มานานหลายเดือนหรือหลายปีโดยไม่โตขึ้น
  • มักมีก้อนเดียวหรือไม่กี่ก้อน

แยกจากสิ่งที่หน้าตาคล้ายกัน

ติ่งเนื้อ (skin tag)หูดที่ทวารริดสีดวงภายนอก
ผิวเรียบขรุขระ คล้ายหงอนไก่เรียบ
จำนวน1–ไม่กี่ก้อนมักหลายตุ่ม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ1–ไม่กี่ก้อน
การเปลี่ยนแปลงคงที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวนบวมยุบตามอาการ
ติดต่อได้ไม่ได้ไม่

ถ้าสิ่งที่คลำได้มีหลายตุ่มและเพิ่มจำนวนขึ้น ควรอ่าน หูดที่ทวาร และมาให้แพทย์ดู เพราะหูดติดต่อได้และต้องรักษา

ต้องตัดออกไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ติ่งเนื้อที่ไม่เจ็บ ไม่โต และไม่รบกวนอะไร การปล่อยไว้เป็นทางเลือก ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การละเลย

การตัดออกพิจารณาเมื่อ

  • รบกวนการทำความสะอาดจริงๆ จนเกิดการระคายเคือง คัน หรือผื่นซ้ำๆ
  • มีติ่งขนาดใหญ่หลายอันจนเกิดความอับชื้นเรื้อรัง
  • มีอาการอักเสบเป็นๆ หายๆ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ: แผลจากการตัดติ่งที่ทวารหนักเจ็บในช่วงสัปดาห์แรก โดยเฉพาะเวลาถ่าย เพราะบริเวณนั้นรับความรู้สึกได้เต็มที่ จึงไม่คุ้มที่จะตัดติ่งที่ไม่มีอาการ เพียงเพราะไม่ชอบรูปลักษณ์

ดูแลอย่างไรถ้าไม่ตัด

  • ทำความสะอาดด้วยน้ำ ซับให้แห้ง ไม่ถูแรง
  • เลี่ยงกระดาษชำระแบบแห้งขัดซ้ำๆ และสบู่ที่ระคายเคือง
  • ใส่กางเกงในที่ระบายอากาศได้ ไม่อับชื้น
  • ไม่ปล่อยให้ท้องผูก เพื่อไม่ให้เกิดติ่งใหม่จากริดสีดวงหรือแผลปริ

เมื่อไหร่ควรให้แพทย์ดู

ติ่งเนื้อธรรมดาไม่น่ากังวล แต่ควรมาตรวจถ้า

  • โตขึ้นเรื่อยๆ หรือเปลี่ยนรูปร่างและสี
  • แข็ง ไม่ใช่นุ่มแบบผิวหนัง
  • มีแผลที่ไม่หาย มีเลือดออกเอง หรือมีสะเก็ดซ้ำๆ
  • เจ็บขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
  • มีหลายตุ่มและเพิ่มจำนวนขึ้น — น่าจะเป็นหูดมากกว่าติ่งเนื้อ
  • มีหนองซึม หรือมีรูข้างๆ — ดู ฝีคัณฑสูตร

โดยรวมแล้ว ติ่งเนื้อที่ทวารหนักเป็นสิ่งที่พบบ่อยและไม่มีอันตราย แต่เพราะบริเวณนี้มองเองไม่ถนัด การให้แพทย์ดูสักครั้งเพื่อยืนยันว่ารอยที่พบคือติ่งเนื้อจริงๆ ก็ช่วยตัดความกังวลไปได้เลย

แต่ละโรคอาการทับซ้อนกันได้ อาการอย่างเดียวแยกโรคให้ขาดไม่ได้ ต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยแพทย์ จึงจะวินิจฉัยได้ตรงที่สุด ไม่แนะนำให้วินิจฉัยเองและซื้อยากินเอง เพราะแต่ละโรครักษาคนละแนวทาง ถ้าเข้าใจผิดแล้วรักษาไปตามความเชื่อเดิม อาการอาจไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงได้

อ่านตารางเทียบอาการและรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ โรคบริเวณทวารหนัก: แผลปริ ฝี ฝีคัณฑสูตร และติ่งเนื้อ

คำถามที่พบบ่อย

กดที่คำถามเพื่อดูคำตอบ

ติ่งเนื้อที่ทวารอันตรายไหม กลายเป็นมะเร็งไหม

ติ่งเนื้อที่ทวารหนักเป็นเนื้อเยื่อผิวหนังธรรมดา ไม่ใช่เนื้องอก และไม่กลายเป็นมะเร็ง ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่เหลือจากริดสีดวงภายนอกที่เคยบวมแล้วยุบ หรือจากแผลปริที่หายแล้ว

ต้องตัดออกไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ถ้าไม่เจ็บ ไม่โต และไม่รบกวนชีวิตประจำวัน การปล่อยไว้เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล การตัดพิจารณาเมื่อติ่งเนื้อรบกวนการทำความสะอาดจนเกิดการระคายเคืองซ้ำๆ จริงๆ

ติ่งเนื้อกับหูดที่ทวาร ต่างกันอย่างไร

ติ่งเนื้อมักเป็นก้อนเดียวหรือไม่กี่ก้อน ผิวเรียบ สีเดียวกับผิวหนัง นุ่ม และขนาดคงที่มานาน ส่วนหูดผิวขรุขระคล้ายหงอนไก่ มักมีหลายตุ่มและค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ถ้าแยกไม่ออกควรให้แพทย์ดู เพราะหูดติดต่อได้และต้องรักษา

ตัดติ่งเนื้อแล้วเจ็บไหม

ทำโดยฉีดยาชาเฉพาะที่ ตัวหัตถการใช้เวลาไม่นาน แต่เพราะแผลอยู่บริเวณที่รับความรู้สึกได้เต็มที่ จึงเจ็บในช่วงสัปดาห์แรกโดยเฉพาะเวลาถ่าย นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่แนะนำให้ตัดติ่งที่ไม่มีอาการ

ปรับปรุงล่าสุด